สินเชื่อหลังการส่งออก (Post-Export Financing หรือ Post-Shipment Financing)
- Thursday, February 26, 2009, 23:10
- Export Guildlines
- Add a comment
สินเชื่อหลังการส่งออก เป็นสินเชื่ออีกประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างมากต่อผู้ส่งออก เพราะผู้ประกอบธุรกิจการส่งออกบางราย อาจจะมีคู่ค้าอยู่หลายราย และในจำนวนคู่ค้าที่อยู่อาจมีทั้งแบบที่มีคำสั่งซื้อมาแล้วและรอการส่งออกสินค้าอยู่ หรืออาจเป็นคู่ค้าที่เป็นการขายแบบให้เครดิตที่รอการชำระเงิน แต่เนื่องจากภาวะการแข่งขันทางการค้า หรือผู้ประกอบการมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินเพื่อกิจการภายในของบริษัท ทำให้ไม่สามารถรอการชำระหนี้จากผู้ซื้อต่างประเทศตามเอกสารส่งออกได้ สินเชื่อประเภทนี้จึงเกิดขึ้น
โดยบริการสินเชื่อหลังการส่งออกที่ธนาคารพาณิชย์และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย มีให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกเรียกว่า “บริการรับซื้อตั๋วสินค้าออก” ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ส่งออกสามารถนำเงินไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจได้เร็วขึ้น หลังจากที่มีการจัดส่งสินค้าลงเรือถูกต้องตามเงื่อนไขแล้ว โดยประเภทของตั๋วสินค้าออก อาจเป็นประเภทตั๋วสินค้าออกที่มี L/C และไม่มี L/C และประเภทที่มีกำหนดชำระเงินทันที (Sight Bill) หรือที่มีกำหนดเวลาชำระเงิน (Usance Bill) ไม่เกิน 180 วัน ปกติธนาคารจะรับซื้อตั๋วสินค้าออกจากผู้ส่งออกเต็มจำนวนของมูลค่าสินค้า โดยคิดเป็นดอกเบี้ยกรณีตั๋วสินค้าออกเป็น Sight Bill และคิดเป็นอัตราส่วนลดกรณีตั๋วสินค้าออกเป็น Usance Bill ตามอัตราที่แต่ละธนาคารเป็นผู้กำหนด
การให้บริการรับซื้อตั๋วสินค้าออกผู้ส่งออกสามารถใช้บริการได้ในลักษณะ ดังนี้
ใช้บริการรับซื้อตั๋วสินค้าออก ต่อเนื่องจากสินเชื่อแพ็คกิ้งเครดิต หรือสินเชื่อเพื่อเตรียมการส่งออกได้ทันที โดยหลังจากที่ผู้ส่งออก ส่งสินค้าลงเรือ และจัดทำ จัดหาเอกสารการส่งออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้ส่งออกสามารถนำเอกสารการส่งออกมาขายต่อธนาคารที่ผู้ส่งออกมีภาระหนี้สินเชื่อแพ็คกิ้งเครดิต เพื่อนำเงินจากการขายตั๋วสินค้าออกชำระหนี้แพ็คกิ้งเครดิต และจำนวนเงินที่เหลือจะเข้าบัญชีให้ผู้ส่งออก จากนั้น ธนาคารก็จะส่งเอกสารการส่งออกไปเรียกเก็บเงินจากผู้ซื้อ และเมื่อได้รับการชำระเงินแล้ว ธนาคารก็จะทำการตัดภาระกับมูลค่าที่ธนาคารรับซื้อตั๋วสินค้าออกไว้พร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี)
กรณีผู้ส่งออก ไม่ได้ใช้บริการต่อเนื่องจากสินเชื่อแพ็คกิ้งเครดิต หรือสินเชื่อเพื่อเตรียมการส่งออก แต่ต้องการใช้บริการรับซื้อตั๋วสินค้าออกจากธนาคาร ผู้ส่งออกสามารถนำตั๋วสินค้าออกมาขายกับธนาคารได้เช่นเดียวกัน โดย
1 กรณีตั๋วสินค้าออกที่มี L/C ผู้ส่งออกสามารถนำตั๋วมาขาย หรือขายลดต่อธนาคารได้ทันที โดยธนาคารจะพิจารณารับซื้อตั๋วสินค้าออกจากปัจจัยด้านความเสี่ยงที่จะมี ดังนี้
Country Risk ความเสี่ยงจากประเทศผู้เปิด L/C พิจารณาจาก ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การเงิน สังคม และการเมือง
Bank Risk ความเสี่ยงจากธนาคารผู้เปิด L/C พิจารณาจากฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน ผู้บริหารธนาคารและอื่นๆ
Documentary Risk ความเสี่ยงจากเอกสารการส่งออก เป็นพิจารณาว่า เอกสารการส่งออกมีความผิดพลาด หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของ L/C หรือไม่
Exporter Risk ความเสี่ยงจากผู้ส่งออก เป็นการพิจารณาฐานะของบริษัท เครดิตด้านการเงิน ผลการดำเนินงาน ความน่าเชื่อถือของผู้บริหาร ความสัมพันธ์ หรือการติดต่อด้านธุรกิจกับธนาคาร และอื่นๆ
โดยปัจจัยข้างต้นนี้ หากธนาคารพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ แล้วเห็นว่าพอยอมรับความเสี่ยงได้ ธนาคารก็จะรับซื้อตั๋วสินค้าออกจากผู้ส่งออกได้ โดยไม่ต้องมีการติดต่อขอวงเงินการรับซื้อตั๋วสินค้าออกจากธนาคาร
2 สำหรับกรณีตั๋วสินค้าออกที่เป็นประเภทส่งเอกสารไปเรียกเก็บโดยไม่มี L/C เช่น D/P หรือ D/A หากผู้ส่งออกต้องการให้ธนาคารรับซื้อตั๋วสินค้าออก ผู้ส่งออกต้องติดต่อขอวงเงินการรับซื้อตั๋วสินค้าออกจากธนาคารให้เรียบร้อยก่อน ธนาคารจึงจะพิจารณาการรับซื้อตั๋วสินค้าออกนั้นๆ นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อที่ให้ธนาคารให้บริการแก่ผู้ส่งออกอยู่อีกประเภทหนึ่ง คือ บริการการรับซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Bought) ลักษณะของบริการคือ ผู้ส่งออกจะให้ธนาคารรับซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า โดยมีการตกลงอัตราแลกเปลี่ยนกันก่อน ส่วนการส่งมอบเงินตราต่างประเทศ ตลอดจนการชำระเงินจะทำกันในอนาคตตามข้อตกลงในสัญญาที่ทำกันไว้
โดยทั่วไป ธนาคารจะให้บริการการรับซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าในรูปของการให้สินเชื่อ ซึ่งการรับซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าของธนาคารนี้ ธนาคารจะกระทำตามคำร้องขอของผู้ส่งออก ซึ่งผู้ส่งออกอาจจะร้องขอให้ธนาคารรับซื้อเงินตราต่างประเทศ ก่อนที่จะมีการส่งสินค้าออก หรือหลังจากที่มีการส่งสินค้าออกไปแล้ว แต่รอการจ่ายเงินอยู่ก็ได้
สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารใช้ในการรับซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้านั้น จะเป็นอัตราแลกเปลี่ยนประจำวันด้านธนาคารรับซื้อหรือที่เรียกว่า Buying Rate เป็นอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง ทั้งนี้ธนาคารอาจมีส่วนบวกเพิ่มเข้ากับอัตราอ้างอิงที่เรียกว่า Premium หรือถ้ามีส่วนลดที่หักออกจากอัตราอ้างอิงก็เรียกว่า Discount
วัตถุประสงค์ของบริการรับซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าของธนาคาร ก็คือ เพื่อป้องกันความเสี่ยง อันเกิดจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่แน่นอนไว้ล่วงหน้า เพื่อผู้ส่งออกสามารถรับรู้รายได้ที่จะได้รับในอนาคตได้แน่นอนและสามารถรู้ได้ว่าการส่งออกสินค้าครั้งนี้ จะมีกำไรมากน้อยเพียงใด เพราะหากอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนมาก อาจส่งผลให้ผู้ส่งออกเกิดการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
[1]
About the Author
Write a Comment
Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!