มองดูสินค้าเกษตรอินทรีย์ในอิสราเอล

 

อิสราเอลมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 2 หมื่นตารางกิโลเมตร ประชากรประมาณ 7.2 ล้านคน พื้นที่ของประเทศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนและกึ่งทะเลทราย อากาศร้อนชื้นตลอดปี มีพื้นที่เพาะปลูกไม่มากนักประมาณ 4.3 ล้านดูนั่ม (1 Dunams มีขนาดเท่ากับ 1,000 ตารางเมตรหรือ 10 เอเคอร์หรือ 0.1 Hectares) ซึ่งในที่นี้เป็นพื้นที่การทำเกษตรอินทรีย์ปะมาณ 70,000 ดูนั่ม

organic fresh vegetableการเพาะปลูกของอิสราเอลนั้นแบ่งเป็นการปลูกผัก 35 % ดอกไม้ 20 % Field Corps 18 % ผลไม้ 15 % และ Citrus 10 % ส่วนการเกษตรอินทรีย์ของอิสราเอลจะมีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1.5 % ของพื้นที่ที่ทำการเกษตรทั้งหมดของอิสราเอล

ผลผลิตทางการเกษตรของอิสราเอล 37 % จะเป็นการบริโภคภายในประเทศ  (ซึ่งในที่นี้การบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ภายในประเทศของอิสราเอลจะมีประมาณ 1-2 % ) อีก 34 % จะนำไปใช้ในการผลิตในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของอิสราเอล และที่เหลืออีกประมาณ 22-23 % ที่เป็นการส่งออกสินค้าเกษตรของอิสราเอล

ผลผลิตทางการเกษตรของอิสราเอลจะมูลค่าประมาณ 2.5 % ของ GDP และมียอดประมาณ 3.6 % ของการส่งออกสินค้าทั้งหมดของอิสราเอล มีมูลค่าของการส่งออกสินค้าเกษตรประมาณ 1 พันล้านเหรียญ และการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์จะมียอดประมาณ 13 % จากยอดการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด

สินค้าเกษตรอินทรีย์ยังเพิ่งจะเริ่มเป็นที่รู้จักและนิยมสำหรับการบริโภคภายในประเทศอิสราเอล สินค้าเกษตรอินทรีย์ส่วนใหญ่ที่อิสราเอลผลิตได้จะส่งออกไปยังสหภาพยุโรปที่เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญที่สุดของอิสราเอล สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่อิสราเอลส่งออก แบ่งได้ ดังนี้ แบ่งเป็นผัก 32,000 ตัน (โดยส่วนใหญ่จะเป็นการส่งออกมันฝรั่ง 31,000 ตัน) ผลไม้ (ส่วนใหญ่จะเป็น Citrus) 1,720 ตัน อะโวคาโดประมาณ 1,410 ตันและอินทผาลัมอีกประมาณ 653 ตัน

การตลาดการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ภานใยประเทศอิสราเอลจะเป็นการจำหน่ายในซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ ร้านที่จำหน่ายเฉพาะสินค้าเกษตรอินทรีย์และการจำหน่ายตรง ราคาของสินค้าเกษตรอินทรีย์จะมีราคาสูงกว่าสินค้าเกษตรทั่วๆไปประมาณ 40-60 % (ในบางช่วงอาจสูงมากกว่า 100 %)  จึงทำให้ยังไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคภายในประเทศมากนัก เนื่องจากราคายังสูงมากเมื่อเทียบกับผลผลิตเกษตรอื่นๆ โดยเฉพาะในสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ขณะนี้ก็น่าจะทำให้การจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์มีปัญหาที่ความต้องการของผู้บริโภคลดลงแน่

การนำเข้าสินค้าเกษตรของอิสราเอลยังมีการนำเข้าในส่วนของสินค้าที่ไม่สามารถผลิตได้เองในประเทศ อิสราเอลไม่มีข้อจำกัดทางการค้าในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ ยกเว้นสินค้านั้นอิสราเอลสามารถผลิตได้เองในประเทศ ก็จะมีการตั้งอัตราภาษีที่สูงมากเพื่อเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมการผลิตและเกษตรกรของอิสราเอลเอง

โดยยังไม่มีการนำสินค้าผัก ผลไม้สดจากเมืองไทยเป็นทางการ นอกจากเคยมีผู้นำเข้าอิสราเอล 1 รายที่เคยนำเข้ามะพร้าวอ่อนจากไทยมา 1 ครั้งแล้วก็เลิกการนำเข้าอีก เนื่องจากประสบกับปัญหาด้านการตลาดที่ไม่สามารถจำหน่ายได้ในอิสราเอล และนอกจากนั้นขั้นตอนในการขออนุญาตนำเข้าสินค้าผัก ผลไม้สดมีขั้นตอนมากและใช้เวลานานมาก (ในกรณีของมะพร้าวอ่อนที่เคยนำเข้าต้องใช้เวลาในการขออนุญาตนำเข้ากว่า 2 ปี) ถึงแม้จะไม่ข้อห้ามหรือข้อกีดกันในการนำเข้าสินค้าผัก ผลไม้สดจากต่างประเทศ แต่จะมีปัญหาในทางปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะใช้เวลาและมีขั้นตอนในการปฎิบัติมาก จนทำให้ผู้นำเข้าที่เคยสนใจจะนำเข้าสินค้าผัก ผลไม้สดจากเมืองไทยและประเทศอื่นๆเปลี่ยนใจไม่ต้องการนำเข้าสินค้านั้นๆ

สินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยน่าจะมีโอกาสที่จะขยายตลาดการส่งออกมายังอิสราเอลได้ แต่ก็ต้องทำความเข้าใจว่าอิสราเอลยังเป็นตลาดที่เล็ก มีความต้องการสินค้าเกษตรอินทรีย์ไม่มากนัก ทั้งนี้ราคาก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้นำเข้า/ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจซื้อสินค้า ซึ่งจะทำให้ผู้นำเข้าอิสราเอลใช้เป็นข้อต่อรองในการกดราคาสั่งซื้อสินค้าจากผู้ส่งออก นอกจากว่าผู้ผลิต/ผู้ส่งออกของไทยสามารถที่จะส่งสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่อิสราเอลสามารถนำไปส่งออกต่อยังประเทศอื่นๆได้ ซึ่งจะมีโอกาสและความมีความเป็นไปได้มากกว่าสำหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยในตลาดอิสราเอล โดยไทยสามารถอาศัยช่องทางที่ผู้นำเข้า/ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่มีช่องทางในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดอื่นๆ เช่น สหภาพยุโรป และอิสราเอลเองก็มีข้อตกลงการเปิดการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปที่สามารถส่งออกสินค้าโดยไม่ต้องเสียภาษี

[1]

About the Author

has written 424 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.