มุมมองของสื่อญี่ปุ่นต่อนโยบาย China Plus One สินค้าสิ่งทอ

ในปัจจุบัน หลายประเทศเริ่มจะใช้นโยบาย China Plus One จากเดิมที่ใช้ประเทศจีนเป็น
ฐานการผลิตสินค้าเพียงที่เดียว เริ่มมีการที่จะมองหาแหล่งผลิตอื่นๆ เช่นประเทศในเอเชีย หรือ
อาเซี่ยน ประเทศญี่ปุ่น ก็เช่นเดียวกัน หลายบริษัทได้ใช้นโยบาย China Plus One โดยผลิตสินค้าใน ประเทศอื่นๆที่นอกจากประเทศจีนด้วย
สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครโอซากาได้เข้าร่วมการสัมมนาในหัวข้อ
” China Plus One : Current Situation and issues” ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553 โดยการสัมมนาในเรื่องดังกล่าวมีข้อคิดเห็นและมุมมองของสื่อญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่องสินค้าสิ่งทอ สรุปได้ดังนี้


1.ในหัวข้อ “ทำไมในปัจจุบันญี่ปุ่นต้องให้ความสนใจประเทศในเอเชีย และอาเซี่ยน”               japanbusiness
Mr. Shuichi Fujiura ผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ Senken Shimbun ให้ความเห็นว่า ประเทศญี่ปุ่นเคยเป็นผู้ส่งออกสินค้าในกลุ่มสิ่งทอจนกระทั่งถึงต้นทศวรรษ 1980 โดยเริ่มตั้งแต่ทศวรรษ 1960 บริษัทสิ่งทอญี่ปุ่นได้ไปตั้งบริษัทในประเทศในเอเชีย แต่หลังจากมีการปรับอัตราแลกเปลี่ยนต่อเงินดอลลาร์ในปี 1985 ญี่ปุ่นได้กลายเป็นผู้นำเข้าสินค้าสิ่งทอ ในปี 2005 โควต้าการนำเข้าถูกยกเลิกทำให้สินค้าจีนแพร่กระจายไปยังสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น และภายหลังวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ ในปี 2008 ความต้องการบริโภคในสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปลดต่ำลงอย่างมาก ส่งผลให้ญี่ปุ่นเป็นตลาดนำเข้าที่สำคัญ โดยประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการทำ FTA ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศไทย
2. ส่วนสถานการณ์การผลิตสินค้าสิ่งทอในปัจจุบัน Mr.Takushi Inada ผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ Senken Shimbun เช่นกัน ให้ความเห็นเกี่ยวกับ ประเทศที่มีบทบาทในวงการ
สิ่งทอ ในขณะนี้มี 4 ประเทศ ได้แก่ บังคลาเทศ อินเดีย กัมพูชา และเวียดนาม ดังนี้
2.1 ประเทศบังคลาเทศส่งออกสินค้าเสื้อผ้าถักมูลค่า 64 พันล้านเหรียญสหรัฐ และส่งออกผ้าผืนมูลค่า 59 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยการส่งออกเสื้อผ้าคิดเป็นร้อยละ 80 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของประเทศ จุดเด่นของบังคลาเทศคือสามารถป้อนวัตถุดิบที่มีจำนวนมาก จุดด้อยคือ ปัญหาการขาดแคลนสาธารณูปโภค เช่นปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า การจราจรติดขัด และมีท่าเรือขนาดเล็ก
2.2 ประเทศอินเดีย ส่งออกสินค้าสิ่งทอมูลค่า 100 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเสื้อผ้าร้อยละ 90 ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป โดยรวมแล้วราคาสินค้าของอินเดียจะสูงกว่าจีน และบังคลาเทศ ดังนั้นสินค้าที่มีราคาสูงทำจากผ้าฝ้ายออร์เแกนิกส์ ผ้าไหม จะส่งออกมายังญี่ปุ่น

จุดเด่นของอินเดียคือมีผ้าที่หลากหลาย และหากการทำความตกลงทางเศรษฐกิจกับญี่ปุ่นประสบความสำเร็จจะยิ่งส่งผลให้อินเดียส่งออกมากยิ่งขึ้น
2.3 ประเทศกัมพูชาในปัจจุบันมีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าจำนวน 300 โรงโดยร้อยละ 90 เป็นการลงทุนจากต่างชาติ จุดเด่นของกัมพูชาคือมีโรงงานขนาดใหญ่และทันสมัย จุดด้อยคือค่าแรงที่แพงกว่าบังคลาเทศ และวัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้า ซึ่งประเทศญี่ปุ่นสามารถจะใช้ประโยชน์จากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ            อาเซียน-ญี่ปุ่น  (AJCEP)ในการทำการค้ากับกัมพูชาได้
2.4 ประเทศเวียดนามส่งออกสินค้าสิ่งทอมูลค่า 90 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นสินค้า
ส่งออกอันดับที่ 1 ของประเทศ ร้อยละ 50 ส่งไปยังสหรัฐอเมริกา รัฐบาลเวียดนามมีความตั้งใจที่จะ
เพิ่มยอดการส่งออกเป็น 180 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2015 และเวียดนามจะเป็นแหล่งนำเข้า
สินค้าที่สำคัญในอนาคตของญี่ปุ่น

ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าฯ ณ นครโอซากา

About the Author

has written 209 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.