ตลาดไก่สดและไก่แปรรูปในประเทศญี่ปุ่น

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว
ภาพรวมตลาด
เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าญี่ปุ่นผลิตอาหารไม่เพียงพอต่อการบริโภค และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่น
จำเป็นต้องพึ่งพาสินค้าอาหารนำเข้าจากต่างประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงใน
การพึ่งพาตนเองได้ด้านอาหารและดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อเพิ่มการผลิตภายในประเทศ แต่กระนั้นก็ม่ใช่เรื่องง่าย
ญี่ปุ่นจึงยังต้องนำเข้าสินค้าอาหารเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 60 ของจำนวนแคลอรี่ที่ต้องการทั้งหมด japanflagจนกล่าวได้ว่า
อาหารที่ชาวญี่ปุ่นบริโภคประจำวัน ไม่มีมื้อใดที่ไม่มีอาหารนำเข้า เช่น ผัก พึ่งพาตนเองได้ 81 % ผลไม้ผลิตได้
เพียง 41 % เนื้อสัตว์ทุกชนิด ผลิตได้เพียง 56% ของปริมาณที่บริโภค แม้แต่อาหารทะเลซึ่งเป็นอาหารหลักของ
ชาวญี่ปุ่น ก็ผลิตได้เพียง 53 % ของจำนวนแคลอรี่ที่บริโภคในแต่ละปี
ในกลุ่มอาหารโปรตีน เนื้อไก่ เป็นอาหารที่ได้รับความนิยม เพราะบริโภคง่าย ปรุงเป็นอาหารได้หลาย
ชนิด ที่สำคัญมีราคาถูกกว่าโปรตีนชนิดอื่นๆ ญี่ปุ่นผลิตเนื้อไก่ ปีละประมาณ 1.37 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 69 ของ
ปริมาณที่ต้องการบริโภคทั้งหมด และนำเข้าส่วนที่ขาด ทั้งในรูปไก่สด แช่แข็ง และแปรรูป ปีละประมาณ 650,000
- 740,000 ตัน โดยก่อนปี 2547 หรือก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดนกในเอเชีย การนำเข้าส่วนใหญ่ หรือ
ประมาณร้อยละ 60 อยู่ในรูปไก่สดและไก่สดแช่แข็ง แต่เมื่อต้นปี 2547 ญี่ปุ่นประกาศห้ามนำเข้าไก่สดจาก
ประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ เช่น ไทย จีน และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย แต่ยังยินยอมให้นำเข้าไก่แปรรูปที่ปรุงสุกแล้ว
เป็นผลให้มีการเปลี่ยนจากการนำเข้าไก่สด ไปสู่การนำเข้าไก่แปรรูปมากขึ้น สัดส่วนของไก่สด ต่อไก่แปรรูปได้
ลดลงจากเดิม ร้อยละ 60 ต่อ 40 เป็นประมาณ ร้อยละ 50 ต่อ 50 ในปัจจุบัน
การนำเข้า
ในปี 2552 ญี่ปุ่นนำเข้าไก่สดและแปรรูปจำนวน 645,118 ตัน มูลค่า 2,206.35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ปริมาณลดลง 12.4 % มูลค่าลดลง 16.2% เทียบกับการนำเข้าปี 2551 ประกอบด้วย ไก่สดแช่เย็น/แช่แข็ง
จำนวน 331,095.6 ตัน ลดลง 22.3% มูลค่า 825.28 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 36.8 % และไก่แปรรูป จำนวน
314,022.5ตัน เพิ่มขึ้น 1.05 % มูลค่า 1,381.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.2 % โดยมีแหล่งนำเข้า ดังนี้
1. ไก่สดทั้งตัวแช่เย็น จำนวน 4.16 ตัน มูลค่า 61,379 เหรียญสหรัฐฯ โดยนำเข้าจากฝรั่งเศสเท่านั้น
2. ไก่สดทั้งตัวแช่เย็น จำนวน 4,973.8 ตัน มูลค่า 10.34 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ร้อยละ 85.5 ของมูลค่าที่นำเข้า
มาจากประเทศบราซิล ที่เหลือมาจา สหรัฐฯ (6.8 % ของมูลค่า) ฝรั่งเศส (2.8%) ฟิลิปปินส์ (2.4 %) และ
ไต้หวัน(1.9%) โดยไม่มีนำเข้าจากไทย เนื่องจากยังอยู่ในบัญชีแหล่งแพร่ระบาดของไข้หวัดนก
3. ส่วนต่างๆของไก่ สด/แช่เย็น นำเข้าเพียง 5.3 ตัน มูลค่า 2,557 เหรียญสหรัฐฯ แหล่งส่งออกจากสหรัฐฯ
และฝรั่งเศส

4. ส่วนต่างๆของไก่ แช่แข็ง นำเข้าจำนวน 326,117.5 ตัน มูลค่า 814.88 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แหล่งนำเข้า
หลัก มาจากบราซิล ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดสุงถึง 93.7 % ของมูลค่าที่นำเข้า รองมา ได้แก่ สหรัฐฯ (มี
ส่วนแบ่ง 3.9 % ของมูลค่า) ฟิลิปปินส์ (1.9%) ทั้งนี้ส่วนแบ่งตลาดไก่จากบราซิล ได้ครองสัดส่วนสูงขึ้น
นับแต่ปี 2547 แทนที่ไก่สดจากไทยและจีน ซึ่งญี่ปุ่นห้ามนำเข้าในรูปไก่สด
5. ไก่แปรรูป นำเข้า 314,022.5 ตัน มูลค่า 1,381.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกราย
ใหญ่ ครองส่วนแบ่ง 58.4 % ของมูลค่านำเข้า คู่แข่ง ได้แก่ จีน (มีส่วนแบ่ง 40.8 %)
การนำเข้าจากไทย
นับตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งญี่ปุ่นเริ่มห้ามนำเข้าไก่สดแช่แข็งจากไทย เป็นผลให้ผู้ส่งออกส่วนใหญ่ปรับการผลิต
จากการส่งออกเนื้อไก่สด มาสู่การแปรรูป การส่งออกมายังตลาดญี่ปุ่นจึงได้เปลี่ยนจากไก่สดแช่แข็ง มาเป็นไก่แปร
รูปทั้งหมด โดยในปี 2552 ญี่ปุ่นนำเข้าไก่แปรรูปจากไทย จำนวน 175,502.2 ตัน มูลค่า 807.15 ล้านเหรียญ
สหรัฐฯ ปริมาณนำเข้าลดลง 2.3 % แต่มูลค่าเพิ่มขึ้น 2.4 % เทียบกับปี 2551 คู่แข่งของไทย คือ จีน ซึ่งมีส่วน
แบ่งตลาด 40.8 % ของมูลค่า นับเป็นคู่แข่งสำคัญของไทยในตลาดนี้
แนวโน้มตลาดและการบริโภค
ตลาดไก่ในญี่ปุ่น แยกออกได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) ไก่สดแช่เย็น-แช่แข็ง ผู้ซื้อได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ขายไก่
สดแก่ครัวเรือน และกลุ่มภัตตาคารที่จำหน่ายอาหารปรุงสด ไก่ส่วนนี้มาจากไก่ที่ผลิตภายในประเทศ และบางส่วน
มาจากการนำเข้า 2) ไก่แปรรูป ซึ่งจำหน่ายให้อุตสาหกรรมภัตตาคาร ธุรกิจ Catering ร้านค้าสำหรับอาหาร o-bento
รวมทั้งการจำหน่ายเป็นอาหารแช่แข็งแก่ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้า ตลาดไก่ทั้งสองส่วนทดแทนกันได้
ระดับหนึ่ง เพราะความสะดวกสบาย ไก่แปรรูปจึงเข้าไปทดแทนตลาดเนื้อไก่สดมาขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถใช้
ทดแทนกันได้ทั้งหมด เพราะต่างก็มีตลาดของตนเองที่ต้องการเนื้อไก่เฉพาะอย่าง
การห้ามนำเข้าไก่สดแช่แข็งจากไทย และจีน ทำให้บราซิลกลายเป็นผู้ส่งอกรายใหญ่รายเดียวที่ครองส่วน
แบ่งตลาดไก่สดแช่แข็งในญี่ปุ่นสูงกว่า ร้อยละ 90 ทำให้สร้างความรู้สึกแก่บริษัทนำเข้าว่าไม่มีทางเลือกและอยู่ใน
ภาวะเสียเปรียบ จึงต้องการให้ประเทศผู้ส่งออกเร่งรัดรายใหญ่ เช่น ไทย เจรจาให้รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดตลาดโดยเร็ว
ประเทศไทยปลอดจากการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกมาระยะเวลาพอสมควร ยาวนานเกินกว่ามาตรฐานระหว่าง
ประเทศจนถือได้ว่าปลอดจากโรคระบาดแล้ว อย่างไรก็ตาม การเจรจาขอให้เปิดตลาดอันเนื่องมาจากการแพร่
ระบาดของโรคในสัตว์เป็นเรื่องทางเทคนิก ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรของไทย ซึ่งต้องจัดทำผล
วิเคราะห์และเอกสารสนับสนุนยื่นต่อสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรญี่ปุ่นพิจารณา อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มี
ความเคลื่อนไหวจากฝ่ายไทยในการขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นจัดส่งเจ้าหน้าที่เทคนิกเดินทางมาตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้ง
ผู้นำเข้าญี่ปุ่นมีความมั่นใจในระบบการควบคุมและมาตรฐานการผลิตและแปรรูปอาหารแช่แข็ง และ
อาหารแปรรูปของไทย หากรัฐบาลญี่ปุ่นยินยอมเปิดตลาดไก่สดแช่แข็งจากไทยอีกครั้ง ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นแหล่ง
รายได้สำคัญ และเพิ่มโอกาสการส่งออกของไทยในญี่ปุ่น สิ่งสำคัญที่ผู้ผลิตไทยต้องคำนึงถึงและระมัดระวัง คือการ
รักษามาตรฐานและคุณภาพ ควบคู่กับการพัฒนาอาหารแปรรูปชนิดใหม่ๆ เพื่อเข้าส่วนแบ่งตลาดเฉพาะ เช่น
อาหารเด็ก อาหารผู้สูงอายุ และเมนูอาหารสุขภาพ เป็นต้น
ที่มา Statistical Research and Training Institute, MIC

About the Author

has written 209 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.