อนาคตเครื่องประดับไทยในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง  กล่าวคือ เป็นประเทศที่มีอำนาจซื้อสูงสุดติดอันดับสองของโลก และเป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีค่อนข้างสูงเป็นอันดับสองของเอเชียรองจากสิงคโปร์  อีกทั้งประชากรส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 51 เป็นผู้หญิง  ดังนั้นตลาดอัญมณีและเครื่องประดับในญี่ปุ่นจึงค่อนข้างสดใส

ในญี่ปุ่นนั้นสินค้ากลุ่มนี้จะเป็นสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากจะมีราคาถูกกว่าเครื่องประดับที่ผลิตในประเทศเอง เพราะญี่ปุ่นจะต้องนำเข้าวัตถุดิบในการผลิต  ทำให้สินค้าที่ผลิตเองนั้นมีราค่าค่อนข้างสูง  ญี่ปุ่นจึงเป็นตลาดนำเข้าเครื่องประดับเงิน  และทองรายใหญ่เป็นอันดับสามของโลก  และอันดับแปดของโลกในการนำเข้าเครื่องประดับเทียม  โดยแหล่งนำเข้าที่สำคัญ ก็คือ ฝรั่งเศส  สหรัฐอเมริกา  อิตาลี  จีน  และไทย 

จากการสำรวจในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2551  ไทยสามารถส่งออกเครื่องประดับไปยังญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 36.4  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี  2550  จึงมีความเป็นไปได้สูงที่สินค้ากลุ่มนี้ในญี่ปุ่นจะมีความเติบโตขึ้นเรื่อยๆ   การที่สินค้าจากไทยมีการส่งออกเพิ่มมากขึ้นเนื่องมาจากสินค้าไทยเข้าข่ายของดีราคาถูก  เมื่อเทียบกับสินค้าจากประเทศอื่นๆ  อีกทั้งการได้รับประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น ( JTEPA : Japan – Thailand Economic Partnership )  ที่กำหนดให้สินค้าเครื่องประดับไทย เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับการลดภาษีศุลกากรจากญี่ปุ่นเหลือร้อยละ 0  รวมทั้งการที่ญี่ปุ่นเปิดตลาดทำให้รู้ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค  ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ก็น่าจะมีส่วนในการสนับสนุนการส่งออกให้เป็นไปในทางที่ดี

JewelryCreative Commons License by Fruitanimal

Jewelry in Japanese market

แต่การส่งออกเครื่องประดับของไทยไปยังญี่ปุ่นก็ยังคงมีอุปสรรคอยู่บ้างในเรื่องของการที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากประเทศคู่แข่ง  ที่มีความได้เปรียบทางด้านการตลาด  รูปแบบ และเทคโนโลยีในการผลิตที่ทันสมัย อย่างสหรัฐอเมริกา และยุโรป  อีกทั้งผู้ผลิตสินค้าราคาถูกอย่างจีนและอินเดีย  ที่มีการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว  ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้พร้อมสำหรับการแข่งขัน  โดยจะต้องมีการพัฒนารูปแบบใหม่ๆ (บทความนี้มาจาก eThaiTrade.comให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค  ทั้งจะต้องมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น  สื่อโฆษณาที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในญี่ปุ่นก็คือ  นิตยสารแฟชั่นต่างๆ  อย่างที่รู้กันว่าญี่ปุ่นเป็นเมืองแห่งแฟชั่นอีกแห่งหนึ่ง รวมทั้งกลุ่มลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นและวัยทำงานก็มีพฤติกรรมชอบเลียนแบบ การโฆษณาผ่านนิตยสารแฟชั่นจึงเป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี  นอกจากนี้หากมีการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายได้ก็จะเป็นการดี  ไม่ว่าจะเป็นการสั่งสินค้าผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)  และทางโทรศัพท์ ( M-Commerce ) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น  ก็จะเป็นผลดีกับผู้ประกอบการขนาดเล็กของไทย ที่มีเงินทุนไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม  แม้ว่าตลาดเครื่องประดับของไทยในญี่ปุ่นจะเริ่มมีการแข่งขันกันสูง  แต่ด้วยฝีมือ และความคิดในการพัฒนาสินค้าของคนไทย รวมทั้งการรู้จักใช้เครื่องมือทางการตลาดที่เหมาะสม  อีกทั้งความเข้าใจในความต้องการและพฤติกรรมในการบริโภคของสาวญี่ปุ่นอย่างแท้จริง  อนาคตของเครื่องประดับไทยก็ยังไปได้ไกลในญี่ปุ่น

ที่มา : นิตยสารผู้ส่งออก, หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

About the Author

has written 424 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.