เตือนภาคธุรกิจไทย ระวังกฎหมายการแข่งขันยุโรป
- Thursday, April 1, 2010, 16:00
- Export Guildlines
- Add a comment
เตือนผู้ประกอบการไทยซึ่งทำธุรกิจในยุโรปควรระมัดระวังการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันของยุโรป ซึ่งเข้มงวดและหากตรวจพบว่ามีการละเมิดจะกำหนดค่าปรับในอัตราสูง
การแข่งขันอย่างยุติธรรมถือเป็นหลักการสำคัญประการหนึ่งของระบบตลาดเสรีเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าและบริการได้ในราคายุติธรรม กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม และสามารถทำให้ราคาสินค้าและบริการลดลงเมื่อเกิดการแข่งขันมากขึ้นในตลาด หน่วยงานของสหภาพยุโรปที่ควบคุมการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันภายในอียูคือคณะกรรมาธิการยุโรปด้านการแข่งขัน (DG Competition) ซึ่งควบคุมตรวจสอบใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ Antitrust, Mergers และ State Aid
1.Antitrust แบ่งออกเป็น 2 กรณี ได้แก่
- Cartel คือการตกลงกันอย่างลับๆ ระหว่างคู่แข่งขันเพื่อกำหนดหรือเพิ่มราคาหรือจำกัดการจำหน่าย จำกัดการผลิต และหรือแบ่งสรรตลาดและลูกค้าระหว่างกัน ซึ่งถือว่าผิดหลักกฎหมาย Article 81 ของ EC Treaty
(ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Article 81 ได้ที่
http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=CELEX:12002E081:EN:NOT)
- Dominant position คือการที่บริษัทใช้ข้อได้เปรียบของตนในทางที่ผิดจนมีผลทำให้คู่แข่งขันไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ กรณีที่เห็นได้ชัดคือ กรณีบริษัทไมโครซอฟต์ที่ใช้ข้อได้เปรียบจากระบบปฏิบัติการ Windows และไม่เปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง จนทำให้ต้องเสียค่าปรับรวมทั้งสิ้น 1.68 พันล้านยูโร นับตั้งแต่ปี 2547 ถือว่าผิดหลักกฎหมาย Article 82 ของ EC Treaty
(ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Article 82 ได้ที่
http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=CELEX:12002E082:EN:NOT)
2.Mergers
คณะกรรมาธิการยุโรปจะเป็นผู้พิจารณาการรวมตัวระหว่างบริษัทเพื่อป้องกันผลกระทบทางลบที่อาจเกิดขึ้นจากการรวมตัวนั้น ซึ่งบางกรณีการควบรวมบริษัททำให้ราคาสูงขึ้น ลดทางเลือกสำหรับผู้บริโภคและไม่กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม ดังนั้น หากมีการรวมตัวบริษัทในยุโรปจะต้องมีการแจ้งให้คณะกรรมาธิการยุโรปให้ความเห็นชอบ
3.การให้ความช่วยเหลือโดยรัฐ (State Aid)
การที่ประเทศสมาชิกอียูจะช่วยเหลือบริษัทในยุโรปจะต้องผ่านการพิจารณาของ DG Competition เช่นกันว่าจะทำให้เกิดการบิดเบือนทางการแข่งขันหรือไม่
วิธีการสอบสวน
มีการสร้างเครือข่ายระหว่าง DG Competition กับหน่วยงานด้านกฎหมายการแข่งขันในแต่ละประเทศสมาชิกอียู (European Competition Network หรือ ECN) ซึ่งจะแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเกี่ยวกับคดีต่างๆ และผลตัดสิน ประสานงานในด้านการสอบสวนเมื่อจำเป็น ช่วยเหลือกันและกันในการสอบสวน และแลกเปลี่ยนหลักฐาน
วิธีการสอบสวนของ DG Competition จะใช้วิธีเข้าไปตรวจสอบบริษัทโดยไม่ให้ทันได้ตั้งตัว เก็บข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท และการสื่อสารทุกอย่างมาวิเคราะห์ อาทิ การสื่อสารทาง E-mail การติดต่อทางโทรศัพท์ รวมทั้งการประชุมระหว่างบริษัท ซึ่งหลายกรณีที่มีการไต่สวนจะใช้หลักฐานการติดต่อ ให้ข้อมูลเรื่องราคาหรือลูกค้าผ่านทาง e-mail หรือการประชุม อาทิ กรณีการตัดสิน cartel ของผู้ผลิต paraffin wax ในยุโรป มีหลักฐานการประชุมระหว่างบริษัทในสถานที่ต่างๆ เพื่อแบ่งปันข้อมูลการค้าและลูกค้าระหว่างกัน ในกรณีดังกล่าวมีการเรียกค่าปรับถึง 676 ล้านยูโร
ข้อได้เปรียบสำหรับผู้เป่านกหวีด
การเริ่มต้นสอบสวนของ DG Competition สามารถเกิดขึ้นได้จากการร้องเรียนของผู้บริโภคที่มีข้อสงสัยว่าบริษัททำการฮั้วราคาหรือมีการดำเนินการที่เป็นข้อจำกัดในการแข่งขัน หรือเกิดจากการที่บริษัทที่เคยร่วมฮั้วราคาเป็นผู้แจ้งว่ามีการทำ cartel เอง (whistleblowers) โดยจะต้องให้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการริเริ่มการสอบสวน หรือในกรณีที่มีการสอบสวนเกิดขึ้นแล้ว บริษัทที่สามารถให้หลักฐานที่จะทำให้พิสูจน์ได้ว่ามีการทำ cartel และให้ความร่วมมือแก่คณะกรรมาธิการยุโรปอย่างเต็มที่ตลอดกระบวนการสอบสวนจนนำไปสู่ข้อยุติในกรณี cartel ตาม Leniency Programme จะได้รับการยกเว้นหรือลดค่าปรับ ยกตัวอย่างล่าสุดการตัดสินกรณี cartel สินค้ากล้วยหอม บริษัทที่เป็นผู้แจ้งคณะกรรมาธิการยุโรปคือบริษัท Chiquita ซึ่งในผลตัดสินปรากฏว่าได้รับการยกเว้นค่าปรับถึง 83.2 ล้านยูโร ในกรณีสินค้า Paraffin wax บริษัทที่เป็นผู้แจ้งคือ Shell ซึ่งได้รับการยกเว้นค่าปรับถึง 96 ล้านยูโร หรือในกรณีที่กำลังมีการสอบสวน Air Freight สายการบิน Lufthansa ซึ่งเป็นผู้แจ้งคณะกรรมาธิการยุโรปอาจได้รับการยกเว้นหรือลดค่าปรับได้
อย่างไรก็ดี นอกจากบริษัทที่เป็นผู้แจ้งคนแรกแล้ว ยังมีส่วนลดสำหรับบริษัทอื่นๆ ที่ถูกสอบสวนในกรณี cartel นั้นได้อีก หากให้หลักฐานที่ถือว่าเป็นหลักฐานที่มีประโยชน์เพิ่มขึ้น (significant added value) จากข้อมูลที่คณะกรรมาธิการยุโรปมีอยู่แล้ว โดยบริษัทแรกที่ดำเนินการดังกล่าวจะได้รับการลดค่าปรับ 30-50% รายถัดไป 20-30% ส่วนบริษัทรายอื่นๆ ที่ตามมาจะได้รับการลดค่าปรับ 20% ในขณะเดียวกันบริษัทที่ทำผิดซ้ำ (repeat offenders) จะถูกเรียกเก็บค่าปรับเพิ่มขึ้นได้สูงสุด 100%
แนวทางการกำหนดค่าปรับ
ระเบียบเดิมของอียูเมื่อปี 2546 (Council regulation 1/2003) กำหนดให้เก็บค่าปรับได้ถึง 10% ของ annual turnover ทั้งหมดของบริษัทในปีก่อนหน้านี้ (business year) และเมื่อปี 2549 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกแนวทางใหม่เกี่ยวกับการกำหนดค่าปรับมีสาระสำคัญ 3 ประการ คือ
(1) กำหนดเก็บค่าปรับถึง 30% ของ annual sale ของบริษัทในส่วนที่เกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายการแข่งขัน คูณด้วยจำนวนปีที่เข้าร่วมในการละเมิด
(2) จัดตั้งกลไกใหม่ คือ สามารถเก็บค่า entry fee สำหรับกรณี cartel หรือกรณี antitrust อื่นๆ จำนวน 15-25% ของ yearly turnover ของการจำหน่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการละเมิดกฎหมายการแข่งขัน ซึ่งอาจเก็บเพิ่มจากค่าปรับในข้อ (1)
(3) กรณี repeat offenders กำหนดให้เพิ่มค่าปรับได้ 100%
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางใหม่ในการกำหนดค่าปรับเมื่อปี 2549 ได้ที่
http://ec.europa.eu/comm/competition/antitrust/legislation/fines.html
ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา มีการตัดสินคดี cartel ในอียูไปแล้วหลายรายการ โดยค่าปรับสูงสุดคือกรณีสินค้าประเภทลิฟต์ซึ่งถูกเรียกเก็บไป 992 ล้านยูโร นอกจากนี้ ยังมีผู้ผลิตสินค้าอีกหลายประเภทที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎหมายการแข่งขัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://europa.eu/rapid/pressReleasesAction.do?reference=MEMO/08/623&format=HTML&aged=0&language=EN&guiLanguage=en
อย่างไรก็ดี เมื่อมีผลตัดสินคดี cartel แล้ว บริษัทที่ถูกตัดสินว่ากระทำการละเมิดกฎหมายการแข่งขันอาจอุทธรณ์ผลการตัดสินได้ต่อ Court of First Instance (CFI) และขั้นต่อไปคือ Court of Justice of the European Communities ในลักเซมเบิร์ก ซึ่งศาลทั้งสองนี้มีอำนาจในการยกเลิกคำตัดสินทั้งหมดหรือบางส่วน ตลอดจนการลดหรือเพิ่มค่าปรับก็ได้แล้วแต่กรณี
การดำเนินการของไทย
คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรปได้พยายามวางแนวทางความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการยุโรปในเรื่องนี้ โดยในการเจรจาจัดทำกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือระหว่างไทย-สหภาพยุโรป ฝ่ายไทยได้ผลักดันให้คณะกรรมาธิการยุโรปให้ความร่วมมือในการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทย รวมทั้งภาครัฐเกี่ยวกับกฎหมายการแข่งขันของสหภาพยุโรปเพื่อช่วยป้องกันการละเมิดกฎหมายการแข่งขัน ซึ่งฝ่ายคณะกรรมาธิการยุโรปได้ยอมรับแล้ว และจะมีผลต่อเมื่อการเจรจาร่างความตกลงดังกล่าวเสร็จสิ้นและมีผลบังคับใช้
ที่มา : http://news.thaieurope.net/content/view/3057/213/
About the Author
Write a Comment
Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!