การว่างงานในสหรัฐอเมริกาในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2553

การว่างงานในสหรัฐอเมริกาในช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ 2553
รายงานอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ว่า
ยังคงอยู่ในระดับสูง ร้อยละ 9.7 ซึ่งอยุ่ในระดับเดียวกันกับเดือนมกราคม 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐฯ
มีจำนวนประชากรที่ว่างงานทั้งหมด 15 ล้านคน โดยแยกเป็น แรงงานชายร้อยละ 10 แรงงานสตรี
ร้อยละ 10 แรงงานเด็กวัยรุ่น ร้อยละ 26.1 หรือแยกตามผิว เป็นแรงงานผิวขาว ร้อยละ 8.8 แรงงาน
ผิวดำ ร้อยละ 16.5 แรงงานกลุ่มฮิสแปนิก ร้อยละ 12.6 และ และแรงงานกลุ่มเอเซีย ร้อยละ 7.5
อัตราการการว่างงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ของมลรัฐต่างๆ จำนวน 50 รัฐของ
สหรัฐฯ นั้น มีจำนวน 27 มลรัฐ มีอัตราการว่างขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น จำนวน 9 มลรัฐฯ มีอัตราการ
ว่างงานลดลง และ อีกจำนวน 16 มลรัฐ มีอัตราการว่างงานคงเดิมหรือไม่เปลี่ยนแปลง
นอกจากนั้นแล้ว มีมลรัฐที่มีอัตราการว่างงานสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของประเทศร้อยละ
9.7 มีจำนวน 18 มลรัฐ โดยมีมลรัฐ Michigan มีอัตราการว่างงานสูงที่สุดของประเทศ หรือร้อยละ
14.1 มลรัฐ Nevada สูงเป็นอันดับที่ 2 ร้อยละ 13.0 และ มลรัฐ Rhode Island มีอัตราการว่างงานสูง
เป็นอันดับที่ 3 ร้อยละ 12.7
มลรัฐมีอัตราการว่างงานที่ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของประเทศมีจำนวน 32 มลรัฐ โดยมี
มลรัฐ North Dakota มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดของประเทศ ร้อยละ 4.1 มลรัฐที่มีอัตราการว่างงาน
ต่ำรองลงไป คือมลรัฐ Nebraska ร้อยละ 4.8 มลรัฐ South Dakota ร้อยละ 4.58 และ มลรัฐ Kansas
ร้อยละ 6.5 เป็นต้น
สถานการณ์การว่างงานของมลรัฐในสหรัฐอเมริกา
มลรัฐ 10 รัฐ ที่มีอัตราการว่างงานสูงที่สุดของประเทศ มลรัฐ 10 แห่ง ที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดของประเทศ
อันดับ มลรัฐ มค.53 กพ.53 อันดับ มลรัฐ มค.53 กพ.53
1 Michigan 14.3 14.1 1 North Dakota 4.2 4.1
2 Nevada 13.0 13.2 2 Nebraska 4.6 4.8
3 Rhode Island 12.7 12.7 3 South Dakota 4.8 4.8
4 California 12.5 12.5 4 Kansas 6.4 6.5
5 South Carolina 12.6 12.5 5 Vermont 6.7 6.6
6 Florida 11.7 12.2 6 Iowa 6.6 6.7
7 District of Columbia 12.0 11.9 7 Oklahoma 6.7 6.7
8 Illinois 11.3 11.4 8 Montana 6.8 6.9
9 Mississippi 10.9 11.4 9 Hawaii 6.9 6.9
10 North Carolina 10.8 11.2 10 Utah 6.8 7.1
USA 9.7 9.7 USA 9.7 9.7

เมืองที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2553
ลำดับ เมือง และ มลรัฐ อัตรา
การว่างงาน(%)
จำนวนประชากร
ของเมือง
1 Fargo, North Dakota 4.6 200,102
2 Lincoln, Nebraska 4.9 251,624
3 Bismarck, North Dakota 5.0 104,944
3 Grand Forks, North Dakota 5.0 97,279
3 Houma-Bayou ane-Thibodaux, Louisiana 5.0 202,973
3 Iowa City, Iowa 5.0 149,437
7 Manhattan, Kansas 5.2 149,437
8 Ames, Iowa 5.3 86,754
9 Sioux Falls, South Dakota 5.4 232,930
10 Lafayette, Lousiana 5.5 113,656
ข้อสังเกต
1. มลรัฐ10 อันดับแรกที่มีอัตราการว่างงานสูงกว่าอัตราการว่างงานสูงที่สุดของ
ประเทศ มักจะเป็นรัฐขนาดใหญ่ มีประชากรมาก และอุตสาหกรรมมีบทบาทต่อเศรษฐกิจของมลรัฐ
เช่น California, Michigan, Illinois, Florida หรือ มีเมืองขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของ
มลรัฐ หรือ มลรัฐที่มีกลุ่มแรงงานผิวดำในอัตราสูง เช่น South Carolina, Mississipi และ Discrict of
Columbia

2. จะเห็นว่า เขตตอนกลางของประเทศสหรัฐฯ (เขตความดูแลของสคร.ชิคาโก)
เป็นพื้นที่ที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดของประเทศ หรือ จำนวน 6 มลรัฐฯ จากจำนวนมลรัฐที่มี
อัตราการว่างงานต่ำที่สุดของประเทศจำนวน 10 มลรัฐ ซึ่งได้แก่ มลรัฐ North Dakota ร้อยละ 4.1
มลรัฐ Nebraska และ มลรัฐ South Dakota ร้อยละ 4.8 มลรัฐ Kansas ร้อยละ 6.5 มลรัฐ Iowas และ
มลรัฐ Oklahoma ร้อละ 6.7
3. พื้นที่ที่มีอัตราการว่างงานต่ำจำนวน 6 มลรัฐ ตั้งอยู่ในเขตตอนกลางของ
ประเทศ ซึ่งพื้นฐานเศรษฐกิจเป็นเกษตรกรรม ได้แก่ การปลูก ถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าวสาลี และ
การทำปศุสัตว์ (วัว ไก่ หมู) การปลดแรงงานมีอัตราต่ำ ในขณะที่ ภาคการผลิตทางอุตสาหกรรม
มีสัดส่วนต่ำ ถึงแม้จะมีการปลดคนงานบ้าง แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวการเพิ่มอัตรา
การว่างงานในอัตราที่สูงได้ แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจของมลรัฐที่กล่าวถึง 6 มลรัฐ ค่อนข้างมี
เสถียรภาพ และผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง
4. นอกจากนั้น เมืองที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดของประเทศ 10 อันดับแรก
ได้แก่ Fargo (ND), Lincoln (NE), Bismarck (ND), Grand Forks(ND), Iowa City (IA), Manhattan
(KS) และ Ames (IA) เป็นต้น ตั้งอยู่ในเขตตอนกลางของประเทศ ซึ่งเป็นเขตที่มีอัตราการว่างงานต่ำ
ของประเทศ
5. ปัจจุบัน ไม่มีการลงทุนในกิจการที่สร้างงานได้จำนวนมากในสหรัฐฯ
โดยเฉพาะในมลรัฐที่เป็นหัวใจทางเศรษฐกิจซึ่งมีอัตราการว่างงานสูงมากของประเทศ เช่น
California, Florida, Illinois และ Michigan ซึ่งรวมกันมีคนว่างงานประมาณ 8.5 ล้านคน หรือ
ประมาณครึ่งหนึ่งของการว่างงานรวมของประเทศ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ
และการสร้างงานได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยถ่วงต่อการลดอัตราการว่างงานรวมของประเทศ
บทสรุป
ปัจจุบัน รัฐบาลท้องถิ่นในแต่มลรัฐพยายาม แก้ไขปัญหาและหาทางฟื้นฟู
เศรษฐกิจของตน โดยการมุ่งการเพิ่มการจ้างงาน โดยรัฐพยายามผลักดันเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
(New Economy) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มลรัฐในเขตตอนกลางของประเทศ มักจะเน็นการประยุกต์
ระหว่างเทคโนโลยี่และผลผลิตทางเกษตร ในรูปพลังงานทดแทน (Renewal Energy) ได้แก่ Bio
Fuel, Wind Energy และ Bio Mass Energy เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserved Bank) คาดการณ์ว่า อัตรา
การว่างงานในสหรัฐในปี 2553 ยังคงอยู่ในระดับสูงประมาณร้อยละ 9.5 ถึง ร้อยละ 9.7 เนื่องจาก
ภาคเอกชนยังชะลอการลงทุนหรือเพิ่มการผลิตในอัตราต่ำ สถานการณ์การว่างงานของสหรัฐฯ จะ
ปรับตัวดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และตลาดแรงงานในสหรัฐฯ จะคืนสู่ภาวะปกติได้ ยังต้องใช้เวลา
อีกระยะหนึ่ง อย่างน้อย 2-3 ปี ธนาคารกลางสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า การว่างงานจะค่อยๆ ลดระดับลง
มาสู่ระดับร้อยละ 6.6 -7.5 ในปี 2555

ในขณะที่มลรัฐส่วนใหญ่มีอัตราการว่างงานในระดับสูง แต่พื้นที่ในเขตตอนกลาง
ของประเทศบางส่วนจำนวน 6 มลรัฐ มีเศรษฐกิจแข็งแรง อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่ง
แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคในเขตนี้มีกำลังซื้อสูง ซึ่งจะเป็นลู่ทางที่จะเพิ่มปริมาณและจำนวนสินค้า
ไทยในพื้นที่ดังกล่าวได้ และจากการศึกษาการวางกลยุทธ์การเจาะตลาดสินค้าไทยเข้าตลาด
ตอนกลางของประเทศ (Midland) สหรัฐอเมริกา ของสคร.ชิคาโกในปี 2252 พบว่า กลยุทธ์การ
สนับสนุนการขยายตลาดสินค้าไทยในเขตดังกล่าวนี้ คือ
1. การจัดคณะผู้แทนการค้าจากเขตตอนกลางของประเทศเดินทางมาเยือน
ประเทศไทยเพื่อดูศักยภาพการผลิตและเจรจาการค้ากับผู้ผลิต/ส่งออกไทย (In-Coming Mission)
และ การจัดคณะผู้แทนการค้าผู้ผลิต/ส่งออกไทยเดินทางไปเจรจาการค้ากับกลุ่มเป้าหมายคู่ค้าใน
เขตตอนกลางของประเทศสหรัฐฯ (Out-going Missions)
2. สนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยเข้าช่องทางการกระจายสินค้าโดยใช้คลังสินค้า
ไทย (Warehouse) ในสหรัฐฯ เพื่อการจัดส่งให้แก่ลูกค้าที่ต้องการสินค้าไทย แต่ไม่สามารถสั่งซื้อ
จำนวนมากๆ หรือเป็นตู้คอนเทนเนอร์ได้
3. การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในสหรัฐฯที่จัดขึ้นในเขตตอนกลางของประเทศ
และส่วนอื่นของประเทศ เพื่อเป็นการตอกย้ำในเรื่องสินค้าไทยให้แก่ผู้ซื้อสหรัฐฯ ได้พบเห็น
4. การจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย นิทรรศการ การสาธิต การทดรอง และการ
จัดชิมสินค้าอาหารไทย
ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครชิคาโก

About the Author

has written 209 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.