ธปท.ผวาวิกฤติหนี้ยุโรปฉุดส่งออกไทยเดี้ยง

นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าด้านเสถียรภาพการเงิน การธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าในการบรรยายพิเศษให้กับนักลงทุนและนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ว่า เศรษฐกิจไทย ครึ่งปีหลังจะสามารถขยายตัวได้ต่อ จากแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ยังมีต่อเนื่องจากเศรษฐกิจไตรมาส 1/53 ที่ขยายตัวได้ 12% จาก 4 ปัจจัยคือ 1.ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจที่ยังดี ในแง่สภาพคล่องในประเทศที่อยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ 2.การส่งออกของไทยยังขยายตัวได้ดี โดยได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะทำให้การส่งออกไทยขยายตัวต่อเนื่อง 3.การใช้จ่ายภาครัฐที่มีต่อเนื่อง และ4.แรงส่งของเศรษฐกิจไทยเองที่ยังมีอยู่ต่อ
เนื่อง

‘มองว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังยังมีหลายปัจจัยสนับสนุนให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวต่อไปได้ หากดูแรงส่งของเศรษฐกิจ ไตรมาสที่ 1 ก็ออกมาค่อนข้างดี แม้ตัวเลขมีนาคมและเมษายนอาจถูกผลกระทบจากปัญหาการเมือง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ลดลง 1.1% จากระยะเดียวกันของปีก่อนก็ตาม และการใช้จ่ายในประเทสที่ชะลอลง อย่างไรก็ตามจากนี้คงต้องติดตามดูตัวเลขเศรษกิจในเดือนพฤษภาคมและเมษายนจะออกมาเป็นอย่างไร และหลังจากเดือนนี้เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวขึ้นได้มากแค่ไหน แต่เชื่อว่าไตรมาส 2 จีดีพีคงจะปรับตัวลดลง แต่คงไม่ชะลอมาก’

นอกจากนี้นายบัณฑิตมองว่า เศรษฐกิจโลกยังคงฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ดูจากตัวเลขไตรมาส 1/53 ของประเทศสำคัญๆที่มีอัตราการขยายตัวดี ทั้งสหรัฐที่ขยายตัว 2.5% ญี่ปุ่น 4% และเอเชียก็ขยายตัวได้ดี ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ดีต่อเศรษฐกิจไทย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ธปท.เป็นห่วงและต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด คือ สถานการณ์หนี้สินในยุโรป ที่อาจทำให้เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวลง จนมีผลกระทบแรงส่งต่อเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการส่งออกของไทย รวมทั้งปัญหาการเมืองในประเทศที่ยังไม่แน่นอน และปัญหาภัยแล้ง ที่จะส่งผลกระทบต่ออัตราการผลิตภาคเกษตรในปี2553และปี2554 จนกระทบต่อรายได้เกษตรกร

นายบัณฑิตกล่าวต่อว่า หลังจากนี้นโยบายในการพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยคงจะต้องหันกลับมาพูดถึงกันใหม่อีกครั้งหลังจากที่ ธปท.เคยมองว่า จะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ในเดือนมีนาคม แต่ก็มีปัญหาการเมืองเกิดขึ้นก่อน ดังนั้นหากเศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้ต่อและปัญหาหนี้ต่างประเทศชัดเจน การเมืองนิ่ง ธปท.คงจะปรับขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน โดยเป็นการทยอยขึ้นเพื่อไม่ให้กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

นอกจากนี้นายบัณฑิตยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงนี้ว่า หากเทียบค่าเงินบาทกับค่าเงินยูโรจะพบว่าค่าเงินบาทได้แข็งค่ามาโดยตลอด เนื่องจากตลาดมีความกังวลในปัญหาหนี้ยุโรป ส่งผลให้ตลาดเงินผันผวนและค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง ทำให้ค่าเงินสกุลอื่นๆรวมทั้งไทยแข็งค่าขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเราไม่ควรเทียบค่าเงินกับสกุลเงินเดียว ควรจะเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆที่มีการค้าขายกันด้วย และหากเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคเดียวกัน จะเห็นว่าค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับภูมิภาคและผู้ส่งออกยังคงแข่งขันได้
ที่มา : http://www.norsorpor.com/

About the Author

has written 209 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.