ตลาดขนมกรอบจากแป้งข้าว

อาหารประจำชาติญี่ปุ่น นอกจากอาหารมื้อหลักประเภทข้าวปั้นหน้าปลาดิบ(ซูชิ) และเนื้อปลาดิบ(ซาเซมิ) เรา
อาจจะนึกรวมไปถึงของหวานประเภทโมจิใส้ต่างๆ แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นแล้ว ของว่างสำหรับขบเคี้ยวที่เรียกว่าpost-33-1197706223
Sembei, Arare หรือเรียกรวมๆ ว่า ขนมกรอบจากแป้งข้าว (Rice cracker) ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และ
อาหารว่างประจำบ้านที่เหมาะกับทุกวัย เป็นอาหารที่มีการพัฒนาไปตามยุคสมัย ทั้งการใส่ส่วนผสมเพื่อสร้าง
เอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ปรับปรุงรสชาดเพื่อให้เหมาะกับตลาดแต่ละกลุ่ม และการทำบรรจุภัณฑ์ให้ดูสวยงาม
Sembei, Arare แบบญี่ปุ่นจึงเป็นขนมที่มีไว้ประจำบ้าน และเป็นสินค้าที่นิยมซื้อให้เป็นของขวัญของฝากแก่ญาติมิตร
ตลาดของว่างประเภทขนมหวาน(Confectionary) ในญี่ปุ่น มีมูลค่า 25,245 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2551
ประกอบด้วย เค็กแบบญี่ปุ่นชนิดไม่อบ (17.1 % ของมูลค่า ); เค็กสไตล์ยุโรปชนิดไม่อบ (15.1%); Chocolate
(12.7%); General snack (11.6%); ขนมกรอบทำจากข้าว (Rice cracker -10.1%) ตลาดเฉพาะขนมกรอบจากข้าว มี
มูลค่าขายปลีกปีละ 240 พันล้านเยน สินค้าที่จำหน่าย มีทั้งที่ผลิตภายในประเทศ และที่นำเข้าจากต่างประเทศ ธุรกิจที่
ครองตลาดเป็นผู้ค้ารายใหญ่ ได้แก่ Kameda Seika Co., Ltd. มีส่วนแบ่ง 30 % ของตลาด รองลงมา เช่น Sanko (16%),
Iwatsuka ( 8%); Mochikichi (7%) ; Kusiyama (5 %)
Kameda Seika Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดครองส่วนแบ่งสูงสุด ให้ข้อมูลว่า ตลาดขนมปังกรอบ หรือ
Sembei, Arare ขยายตัวเพิ่มทุกปี บริษัทมีโรงงานทั้งในญี่ปุ่น ไทย และจีน นอกจากนี้ ยังนำเข้าข้าวและแป้งข้าวผสม
สำหรับเป็นวัตถุดิบการผลิต Sembei, Arare ที่โรงงาน 3 แห่งในญี่ปุ่น และนำเข้าขนมปังกรอบสำเร็จรูปจากไทย
จำนวนมาก บริษัทกำลังวางแผนย้ายโรงงานจากจีนมายังไทยในอนาคต ผลิตภัณฑ์จากข้าวที่ผลิตและนำเข้ามีหลาย
กลุ่ม เช่น Rice Crackers, Non Fried Snacks, Gift sets, Rice, Therapeutic Foods, Nursing Care Foods เป็นต้น
นอกจากนี้ยังยกระดับสินค้าเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการสร้างแบรนด์สำหรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ช่องการการขาย
ที่มีบทบาทสูงที่สุดตามลำดับ ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต( 68 % ของมูลค่าตลาด) รองลงมาได้แก่ ร้านประเภท Drug store
และร้าน 100 เยน ( 14%) ห้างสรรพสินค้า (13%) และร้านขนม (5%) จึงกล่าวได้ว่า ขนมทำจากแป้งข้าวที่ดูว่ามีวิธีการ
ผลิตไม่ซับซ้อน แต่กลับสามารถสร้างมูลค่าการตลาด และเจาะเข้าไปยังกลุ่มผู้ซื้อ แต่ละกลุ่มอย่างมีกลยุทธ์ ปัจจัย
ของความสำเร็จ คือ เรื่องคุณภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เหมาะกับตลาดเฉพาะกลุ่ม และการมีชนิดของ
สินค้าจำนวนมากให้ผู้ซื้อเลือกตามรสนิยม
Sembei arare ‐ 2
ในปี 2552 ญี่ปุ่นนำเข้าอาหารที่ทำจากแป้ง เช่น ประเภทขนมปัง เค็ก พาสต้า(HS: 1905) มูลค่า 302.34 ล้าน
เหรียญสหรัฐฯ ในปี 2552 ชนิดที่นำเข้ามูลค่าสูงที่สุด คือ HS: 190590 ซึ่งได้แก่ ขนมปัง ขนมปังขนมปังกรอบ เซม
เบ อราเร่ ชนิดต่างๆ มูลค่า 391.64 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็น ร้อยละ 96.5 ในจำนวนนี้เป้นผลิตภัณฑ์ Sembei
Arare มูลค่า 34.87 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยมูลค่าการนำเข้าสินค้านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แหล่งนำเข้า
Aembei Arare ได้แก่ จีน ไทย ไต้หวัน และเวียดนาม ซึ่งเป็นผลจากการออกไปตั้งโรงงานผลิตของบริษัทจากญี่ปุ่น
เป็นหลัก
ญี่ปุ่นนำเข้าผลิตภัณฑ์ Sembei Arare จากไทยมูลค่า 8.948 ล้านเหรียญฯ ในปี 2552 มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ
21 % รองจากจีน ซึ่งครองส่วนบางประมาณ 78%
แป้งข้าวและ ผลิตภัณฑ์ข้าวเป็นสินค้าอ่อนไหว ที่ญี่ปุ่นไม่เจรจาเปิดตลาดหรือลดภาษีภายใต้ JTEPA สินค้าที่
นำเข้าจากไทย ฝ่ายญี่ปุ่นระบุใน HS: 1905.90.311 (Sembei, Arare and similar rice products ) เก็บภาษีอัตรา 34% แต่
สินค้าชนิดเดียวกันเมื่อส่งออกจากไทย ฝ่ายไทยระบุพิกัด HS : 1905.1000 ( Crisp bread) ซึ่งควรถูกเก็บภาษีนำเข้า
อัตรา 30 % แต่ญี่ปุ่นตีความหมายว่าต้องเข้าอยู่ในพิกัด HS: 1905.90.311 ทำให้ต้องเสียภาษีสูงขึ้น ดังนั้น ความ
แตกต่างของพิกัดที่แต่ละประเทศกำหนดจึงส่งผลต่อต้นทุนของผู้ค้า ซึ่งเรื่องนี้น่าจะมีการหารือระหว่างเจ้าหน้าที่
ศุลกากรและหน่วยงานที่ออกเอกสารรับรองเพื่อให้ระบุพิกัดที่สอดคล้องและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค
ตลาดผลิตภัณฑ์จากข้าวในญี่ปุ่นมีแน้วโน้มว่าจะขยายตัวยิ่งขึ้นทั้งในการเป็นขนมพื้นบ้านคู่กับวัฒนธรรมการ
บริโภคของชาวญี่ปุ่น และการใช้ผลิตภัณฑ์แป้งข้าวเพื่อผลิตเมนูใหม่ๆ จากข้าว เพราะข้าวมีจุดแข็งที่ย่อยง่ายและไม่
ทำให้เกิดอาการแพ้เหมือนแป้งสาลี โอกาสที่บริษัทญี่ปุ่นจะออกไปลงทุนตั้งโรงงานในต่างประเทศเพื่อลดต้นทุนและ
เพิ่มอำนาจแข่งขันก็มีมากขึ้นด้วย นอกจากนี้กระแสความนิยมวัฒนธรรมและอาหารแบบญี่ปุ่นที่แพร่กระจายและ
ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ก็เป็นการสร้างโอกาสของตลาดผลิตภัณฑ์จากข้าวให้สูงขึ้นด้วย การขยายตลาดในญี่ปุ่น
ผู้ผลิตควรสร้างจุดขายใหม่ เช่น รสชาดที่แตกต่าง การออกแบบขนมให้ดูน่าสนใจ การรักษาคุณภาพและบรรจุภัณฑ์
สวยงาม การร่วมมือกับบริษัทนำเข้าก็เป็นอีกลู่ทางหนึ่งที่จะสามารถใช้เครือข่ายที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์
ที่มา : สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว

About the Author

has written 209 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.