โตโยต้าปลื้มส่งออกดูดเงินเข้าประเทศ5.6แสนล.

“โตโยต้า” เป็นปลื้ม หลังไทยขึ้นแท่นฐานการผลิตเบอร์ 1 พร้อมฉลองความสำเร็จ “ไอเอ็มวี โปรเจ็กต์” หลังส่งออกทะลุล้านคัน โกยรายได้เข้าประเทศกว่า 5 แสนล้าน เผยเตรียมขยายตลาดส่งออกไปอีก 9 ประเทศ เป็น 117 ประเทศทั่วโลก พร้อมประกาศชัด “ไฮบริด” คือทางเดินที่ชัดเจน ด้านกลุ่มอุตสาหกรรมฯเผยเจรจาพานาโซนิค ตั้งฐานผลิตแบตเตอรี่ไฮบริดในไทย

นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จ หลังจากโตโยต้าได้มีการฉลองความสำเร็จจากการส่งออกรถยนต์ “สุดยอดรถกระบะ ไฮลักซ์ และสุดยอดรถอเนกประสงค์ ฟอร์จูนเนอร์” เข้าสู่ตลาดโลก ครบ 1 ล้านคัน ภายใต้โครงการไอเอ็มวี (Innovative International Multi-Purpose Vehicle) ว่า ขณะนี้โตโยต้ามียอดการส่งออกสะสมรถยนต์ในโครงการดังกล่าวครบ 1 ล้านคัน จากการส่งออกไปยัง 108 ประเทศทั่วโลก และในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ บริษัทมีแผนจะขยายตลาดส่งออกไปอีก 9 ประเทศด้วย

โดยรถยนต์ปิกอัพขนาด 1 ตัน ในโครงการนี้ มีส่วนแบ่งคิดเป็น 37% ของ ยอดส่งออกรถยนต์จากประเทศไทย และมีมูลค่าการส่งออก 430,000 ล้านบาท มีมูลค่าการส่งออกชิ้นส่วน อะไหล่ และอื่น ๆ อีก 138,000 ล้านบาท โดยเมื่อรวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนจากโครง การดังกล่าวตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน คิดเป็นรายได้มากกว่า 568,000 ล้านบาท

“วันนี้ไทยถือเป็นประเทศฐานการผลิตรถยนต์ในโครงการไอเอ็มวีของโตโยต้าที่ใหญ่ที่สุด จากฐานการผลิตใน 5 ประเทศทั่วโลก เห็นได้จากความสำคัญของประเทศไทยที่รถยนต์รุ่นใหม่ของโครงการนี้ จะมีการพัฒนาและออกแบบจากศูนย์อาร์แอนด์ดี ในเมืองไทยด้วย โดยมียอดขายสะสมในประเทศ 915,466 คัน” นายทานาดะกล่าว

ด้านนายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงความชัดเจนของ โตโยต้าว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีศุลกากร เพื่อสนับสนุนการประกอบหรือผลิตรถยนต์ไฮบริด จำนวน 6 รายการ และรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง อี 85 จำนวน 8 รายการ เป็นการชั่วคราวในระยะแรกเป็นเวลา 3 ปีนั้น หากภาครัฐมีนโยบายการสนับสนุนที่ชัดเจน โตโยต้าก็พร้อมที่ศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งรถยนต์ทั้ง 2 ประเภทออกสู่ตลาดเพิ่มเติม

แต่สำหรับบริษัทนั้นมีนโยบายที่ชัดเจนว่า การสนับสนุนและพัฒนารถยนต์ไฮบริดจะเป็นโครงการหลักของโตโยต้า เนื่องจากพลังงานไฮบริดถือเป็นจุดที่ลงตัวมากที่สุดทั้งในเรื่องของความประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนรถยนต์อี 85 เมื่อรัฐบาลมีความชัดเจน ก็พร้อมที่จะพิจารณาเพื่อนำเสนอรถยนต์ประเภทนี้ออกสู่ตลาดเช่นเดียวกัน

ส่วนเรื่องราคาจำหน่ายรถยนต์ไฮบริดที่มีการศึกษาแล้ว พบว่าเมื่อมีการอนุมัติภาระภาษีรถยนต์ไฮบริดลดลงคันละประมาณ 23,800 บาทนั้น บริษัทยืนยันว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาจำหน่ายแต่อย่างใด เนื่องจากก่อนหน้านี้ บริษัทได้แบกรับและจำหน่ายในอัตราที่คิดภาษีลดลงไปแล้ว

“ถ้าจะพูดให้ตรงคือ การลดลงของภาษี อี 85 นั้นไม่ได้มีผลกับเรา เพราะโตโยต้ามองไปที่รถยนต์ไฮบริด และเชื่อว่ารถประเภทนี้คือจุดที่ลงตัวที่สุดของพลังงาน ส่วนรถยนต์อี 85 รวมถึงโครงการอีโคคาร์ จากของเรานั้นขึ้นอยู่กับนโยบายและความชัดเจนจากภาครัฐ ถ้านโยบายรัฐบาลนิ่ง ภาคเอกชนก็สามารถเดินหน้าแผนงาน ต่าง ๆ ได้ทันที” นายวิเชียรกล่าว

ขณะนี้โตโยต้าอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเพิ่มตัวเลข แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเลขคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นนั้นจะอยู่ที่เท่าใด แต่เบื้องต้นคาดว่ายอดขายรถยนต์โดยรวมน่าจะมากกว่า 650,000 คัน และเป้าหมายของโตโยต้านั้นคาดว่าจะมากกว่า 272,000 คัน อย่างแน่นอน

และในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ บริษัท จะมุ่งเน้นการกระตุ้นตลาดลงพื้นที่เป็นรายภาคและรายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายขอบของจังหวัดใหญ่ โดยเน้นรูปแบบการทำกิจกรรมและการนำเสนอสินค้าที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ พร้อมทั้งมีแผนจะเพิ่มโชว์รูมในรูปแบบ “แซตเทลไลต์เซอร์วิส” เสริมพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศอีก 20 แห่ง

“เราต้องการขยายการให้บริการและการขายเข้าไปยังบางพื้นที่ที่เรายังเข้าไม่ถึง หรือพื้นที่ชายขอบของจังหวัดใหญ่ ๆ ในทุกภาคทั่วประเทศ เพราะเราต้องการเข้าถึงลูกค้าทั้งการขายและบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้ามีความพึงพอใจสูงสุด” นายวิเชียรกล่าว

ด้านนายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และในฐานะประธานกลุ่มอุตสาหกรรม ยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กลุ่มและสมาชิกในกลุ่มค่อนข้างพอใจกับมติของ ครม. ที่อนุมัติภาษีชิ้นส่วนให้กับรถยนต์ไฮบริด เชื่อว่าอนาคตหากมีค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ให้ความสนใจผลิตรถยนต์ไฮบริดออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น ก็เชื่อว่าน่าจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เนื่องรถยนต์ประเภทนี้ถือเป็นรถยนต์พลังงานสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดยขณะนี้ก็ได้มีการดำเนินการเจรจากับพานาโซนิค ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฮบริดว่า หากประเทศไทยมีปริมาณการผลิตรถยนต์ประเภทนี้ถึง 1 แสนคัน ก็มีความเป็นไปได้ว่าพานาโซนิคอาจจะให้ความสนใจเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ไฮบริด พร้อมกับโรงงานแยกแบตเตอรี่ก็เป็นได้

ที่มา : นสพ.ประชาชาติ

About the Author

has written 209 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.