ผู้ส่งออกผลไม้กระป๋องอ่วมหลายเด้ง พิษน้ำตาลขาด-วัตถุดิบแห่ปรับราคา

ผู้ประกอบการผักผลไม้บรรจุกระป๋องและน้ำผลไม้ร้องลั่น หลังเผชิญกับภาวะน้ำตาลขาดแคลนและมีราคาแพง ยังไม่พอ ล่าสุดเจอโรงงานผลิตกระป๋องปรับราคา-จำกัดโควตา หลัง “ทินเพลต” ขึ้นราคาไปอีก 12% ตามมาด้วยกระดาษคราฟต์ ที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์น้ำผัก/ผลไม้ราคาจะสูงขึ้นตลอดทั้งปี 2553 แถมยังต้องจับตาอัตราแลกเปลี่ยนในรายที่ส่งออกต่างประเทศด้วย

อุตสาหกรรมอาหารที่ต้องใช้ “น้ำตาล” เป็นวัตถุดิบกำลังประสบปัญหาใหญ่ไม่เพียงแต่น้ำตาลจะขาดแคลนและมีราคาแพงเท่านั้น แต่ปัญหายังลามไปยัง “ทินเพลต” หรือแผ่นเหล็กสำหรับผลิตกระป๋อง-กระดาษคราฟต์ ที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำผลไม้ ปรับราคาจำหน่ายสูงขึ้น และตามมาด้วยการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธรุกิจ” ได้ออกสำรวจปัญหาของผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารโลก (THAIFEX 2010) ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-4 กรกฎาคม 2553 พบปัญหาที่ถือเป็นวิกฤตของผู้ประกอบการ โดยนางสาวนฤนิจ นนทกานันท์ ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ไทยลี อะกริคัลเจอร์ จำกัด และบริษัท มาเจสติก ฟูด อินดัสตรี จำกัด ในเครือซันลีกรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทผลิตสินค้าข้าวโพดหวาน-ข้าวโพดอ่อนบรรจุกระป๋อง และสินค้ากลุ่มผลไม้ อาทิ มะม่วง ลิ้นจี่ ลำไย และสับปะรดบรรจุกระป๋อง เพื่อการส่งออกทั้งหมด 100%

ขณะนี้บริษัทได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้น ทั้งจากปัญหาภาวะภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรลดลง โดยเฉพาะลิ้นจี่ ข้าวโพด และสับปะรด มีราคาปรับขึ้นเฉลี่ย 10-20% จากปีก่อน ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต เพราะใช้วัตถุดิบภายในประเทศ 100% นอกจากนี้ยังมีปัญหาต้นทุนแพ็กเกจจิ้งในส่วนของ กระป๋องขึ้นรูป ที่ใช้ทินเพลตเป็นวัตถุดิบปรับราคาขึ้นไป 12.5% แล้ว หลังจากที่ชะลอการปรับขึ้นราคาในช่วงต้นปี และยังมีแนวโน้มว่าทินเพลตจะปรับขึ้นราคาอีกครั้งในช่วงปลายปี อีกทั้งบริษัทผู้ผลิตกระป๋องยังมีการจำกัดโควตากระป๋อง โดยจะแบ่งให้ตามประวัติการสั่งซื้อย้อนหลังของแต่ละบริษัท ส่วนต้นทุนราคาน้ำตาลทรายก็ยังเป็นปัญหาอยู่ โดยบริษัทใช้โควตาน้ำตาลโควตา ค.

“เราจำเป็นต้องปรับราคาจำหน่ายสินค้าขึ้น อาทิ ลังบรรจุข้าวโพด/ผลไม้ 24 กระป๋อง ปรับขึ้น 5 เหรียญสหรัฐ ซึ่งก็พยายามส่งสัญญาณให้ผู้ซื้อทราบมาตั้งแต่ช่วงต้นปี จึงมีการสั่งซื้อสินค้าในช่วง 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้นเพื่อไปสต๊อกเก็บ แต่หลังจากนี้คาดว่ายอดการสั่งซื้อก็จะชะลอตัวลงแล้ว จึงประมาณการยอดการส่งออกว่าจะทรงตัวเท่าปี 2552 ประมาณ 2,000 ตู้ นอกจากนี้ยังต้องดูอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งปรับแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต้นปีกำหนดราคาขายล่วงหน้า 6 เดือนที่ 32.90-33.00 บาท/เหรียญ แต่ขณะนี้บาท/เหรียญอยู่ที่ 32 บาท” นางสาวนฤนิจกล่าว

สอดคล้องกับความเห็นของนายพรชัย พูลสุขสัมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ทิปโก้ ฟูดส์ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้และผลไม้กระป๋อง ตราทิปโก้ กล่าวว่า ปีนี้ผู้ผลิตต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุน ตั้งแต่การปรับขึ้นของราคาวัสดุส่วนประกอบของบรรจุภัณฑ์ เช่น ทินเพลตสำหรับผลิตกระป๋อง ตั้งแต่ไตรมาส 1-3 ปรับราคาขึ้นไปแล้ว 25% กระดาษลูกฟูกปรับขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และราคาน้ำตาลทรายในประเทศ (โควตา ก.) ที่ขยับสูงขึ้น ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนปรับแข็งค่าขึ้นประมาณ 1 บาท ทำให้ต้องปรับขึ้นราคาผลไม้บรรจุกระป๋องและน้ำผลไม้ส่งออกเพิ่มขึ้นด‰วย

“ราคาสินค้าที่ขายภายในประเทศไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้ เพราะกระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือในการตรึงราคาสินค้าต่อไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2553 จึงต้องปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อลดการสูญเสียและลดการจัดโปรโมชั่นลง การเข้าร่วมรายการจำหน่ายสินค้าราคาถูกในกิจกรรมธงฟ้า เพื่อจำหน่ายสินค้าให้ ผู้บริโภคโดยตรง” นายพรชัยกล่าว

ขณะที่นางปทุมรัตน์ เพียรชอบ ผู้อำนวยการใหญ่ สายธุรกิจตราผลิตภัณฑ์ บริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์มาลี กล่าวว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผลไม้และน้ำผลไม้บรรจุกระป๋องได้รับผลกระทบจากต้นทุนผลไม้ที่มีราคาปรับสูงขึ้นจากภาวะภัยแล้งและต้นทุนกระป๋องที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น ส่วนต้นทุนราคาน้ำตาลทรายส่งผลกระทบบ้าง แต่ยังไม่รุนแรงมากนัก “การบริโภคในประเทศในส่วนของน้ำผลไม้ยังมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 20% เพราะประชาชนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ซึ่งทางบริษัทก็มีแผนจะพัฒนาสินค้าน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพชนิดใหม่ออกวางตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง”

สำหรับสถานการณ์น้ำตาลทรายขาดแคลนและมีราคาแพงในปัจจุบัน คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ได้เพิ่มการขึ้นงวดปริมาณน้ำตาลทรายจำหน่ายภายในประเทศ (โควตา ก.) คืองวดปัจจุบัน-งวดที่ 51 กับงวดที่ 52 ส่งผลให้มีปริมาณน้ำตาลทรายในระบบถึง 1.2 ล้านกระสอบ ในจำนวนนี้ โรงงานน้ำตาลได้จำหน่ายออกไปแล้ว 500,000 กระสอบ เชื่อว่าสถานการณ์น้ำตาลทรายจะคลี่คลายลง ประกอบกับราคาน้ำตาลในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง โดยราคาน้ำตาลทรายดิบอยู่ที่ 17 เซนต์/ปอนด์ น้ำตาลทรายขาวอยู่ที่ 500 เหรียญ/ตัน

หันมาทางด้านเหล็กแท่นเคลือบดีบุก-เหล็กแผ่นเคลือบโครเมี่ยม หรือทินเพลต ที่ใช้ทำกระป๋องบ้าง ปรากฏว่าราคาทินเพลตซึ่งถูกใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในโรงงานผลิตกระป๋องได้ปรับราคาจำหน่ายขึ้นไป 10-12% จากเดิมที่ผู้ผลิตขอปรับราคา ตันละ 5,000 บาท แต่กรมการค้าภายในอนุมัติให้ปรับขึ้นระหว่าง 3,640-4,270 บาท/ตัน ทำให้ราคากระป๋องแพงขึ้น

ราคากระดาษบรรจุภัณฑ์ยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตลอดทั้งปีนี้ โดยกลุ่มธุรกิจกระดาษเครือซิเมนต์ไทยได้รายงานราคากระดาษบรรจุภัณฑ์เฉลี่ยอยู่ที่ 405 เหรียญ/ ตัน (ราคาวิ่งอยู่ระหว่าง 440-460 เหรียญ/ตัน) หรือสูงขึ้น 25 เหรียญ/ตัน ราคากระดาษที่ปรับสูงขึ้นดังกล่าว เป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบ คือเศษกระดาษปรับเพิ่มขึ้น 65 เหรียญ/ตัน หรือเฉลี่ย 245 เหรียญ/ตัน ส่งผลให้กระดาษลูกฟูกที่ใช้ทำกล่องและบรรจุภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นตาม

ที่มา :  นสพ.ประชาชาติ

About the Author

has written 209 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.