ออสเตรเลียสวรรค์แห่งการลงทุน

ออสเตรเลีย (Australia) เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในขณะเดียวกันก็เป็นทวีปที่เล็กที่สุดในโลกเช่นกัน ออสเตรเลียตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก มีประชากรอยู่ราว 21 ล้านคน มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญคือ หินแร่ ถ่านหิน สินแร่เหล็ก ทองแดง ดีบุก ทอง เงิน ยูเรเนียม นิกเกิล และแร่ธาตุ สินค้าทางการเกษตรที่สำคัญของออสเตรเลีย คือ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ น้ำตาล ผลไม้ โคกระบือ แกะ และเนื้อไก่ ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมชิ้นส่วน การขนส่ง เคมีภัณฑ์และเหล็ก ดังนั้นสินค้าออกที่สำคัญจึงได้แก่ สินค้าอุปโภคเป็นหลัก  ถ่านหิน สินแร่ อัญมณี เนื้อสัตว์ และเคมีภัณฑ์ โดยส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ในด้านการนำเข้านั้น

สินค้านำเข้าที่สำคัญคือ เครื่องจักรกล ถ่านหิน ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักรไฟฟ้า และอัญมณี โดยมีแหล่งนำเข้าคือ จีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เมื่อก่อนออสเตรเลียเคยตั้งกำแพงภาษีในการนำเข้าไว้สูงมากเพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศ แต่ต่อมารัฐบาลก็ได้มีนโยบายลดภาษีดังกล่าวลง โดยทั่วไปอยู่ในระดับเฉลี่ยร้อยละ 3.8 ยกเว้นสินค้าในหมวดรถยนต์ สิ่งทอ รองเท้าและชิ้นส่วน ที่สำคัญก็คือสินค้าเกษตรนำเข้ามีภาษีค่อนข้างต่ำ เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 1.4 ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับร้อยละ 4.2 ในส่วนของธุรกิจบริการที่สำคัญและสร้างรายได้ให้ออสเตรเลียอย่างมหาศาลก็คือการท่องเที่ยว และการบริการการศึกษา

 

the great harbour clichéCreative Commons License by mugley

the great harbour cliché - Australia

แต่ในขณะนี้ออสเตรเลียกำลังหันมาสนใจและทำการค้ากับตลาดในเอเชียมากขึ้น เพราะพิษเศรษฐกิจในครั้งนี้ทำให้ผลประโยชน์จากการค้ากับตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรปและญี่ปุ่นลดน้อยลง ออสเตรเลียจึงจำเป็นต้องหาตลาดใหม่ทดแทนออสเตรเลียจัดเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่สุดแห่งหนึ่ง ที่มีศักยภาพในการแข่งขันและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การปฏิรูปโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการพัฒนาของภาคเอกชนที่พร้อมจะรับมือกับการแข่งขัน ความยืดหยุ่นทางด้านแรงงานและมีทักษะสูง เหล่านี้ทำให้ออสเตรเลียมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 4 ต่อปี

ถึงแม้ว่าออสเตรเลียจะไม่มีความโดดเด่นในเรื่องของการส่งออกสินค้า แต่สิ่งที่ดึงดูดใจก็คือออสเตรเลียเป็นแหล่งการลงทุนที่น่าสนใจ มีการเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในออสเตรเลีย มีระบบการจัดเก็บภาษีที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ อัตราภาษีศุลกากรและข้อจำกัดทางการค้าที่ต่ำ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งยั่วยวนให้นานาชาติเข้ามาลงทุนในออสเตรเลียมากขึ้น ซึ่งการลงทุนหลักๆ ก็คือ อุตสาหกรรมประเภทเทคโนโลยีสารสนเทศ อาหารและเครื่องดื่ม หรือบริการที่เกี่ยวข้อง และเหมืองแร่ (บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com) แต่การลงทุนที่มีมูลค่าสูงของนักลงทุนต่างชาติ คือ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมการผลิต และการขายส่งและการขายปลีก

แม้ว่าออสเตรเลียจะมีการเปิดเสรีทางการค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตร แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรคเพราะออสเตรเลียกลับใช้มาตรการที่มิใช่ภาษีมาใช้กีดกันการนำเข้า เช่น สินค้านำเข้าต้องมีการรมยากำจัดแมลง ต้องมีการสุ่มตรวจสินค้าพวกผลไม้ 600 หน่วย ต่อการนำเข้าตั้งแต่ 1,000 หน่วย และการกำหนดมาตรการนำเข้าที่สูงเกินกว่าจะทำได้ในเชิงพาณิชย์ เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างประเทศ เพราะทำให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้นถึงแม้ว่าภาษีจะต่ำก็ตาม ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ส่งออกไม่ค่อยสนใจตลาดออสเตรเลีย รวมทั้งผู้ส่งออกของไทยด้วย

ดังนั้น หากมองข้ามความยุ่งยากในการใช้มาตรการต่างๆ ของออสเตรเลีย ก็ยังมีที่ว่างในตลาดออสเตรเลียให้กับผู้ส่งออกไทย เพราะเชื่อว่าสินค้าไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน ได้รับการยอมรับในเรื่องของคุณภาพและได้มาตรฐาน อีกทั้งสิทธิประโยชน์จากการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย ที่ทำให้อัตราภาษีนำเข้าต่ำลงไปอีก ก็มีส่วนช่วยเอื้อต่อการค้าขายกับออสเตรเลีย ที่สำคัญก็คือรัฐควรจะส่งเสริมให้ความรู้ และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับตลาดออสเตรเลียให้มากขึ้น และนำเสนอลู่ทางทางการค้าการลงทุนให้กับผู้ประกอบการไทยให้หันมาสนใจในตลาดออสเตรเลียมากขึ้น

[1][2]

About the Author

has written 12 stories on this site.

One Comment on “ออสเตรเลียสวรรค์แห่งการลงทุน”

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.