โอกาสการค้าในอินโดนีเซีย ตลาดส่งออกคู่ค้าของไทย

มิตร และศัตรูทางการค้าของไทย คงจะหลีกไม่พ้นประเทศอินโดนีเซียที่ขยับขึ้นมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญของไทยเรา ในขณะนี้ ด้วยความที่เป็นประเทศที่มีประชากรประมาณครึ่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน คือกว่า 226 ล้านคน ทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ถึงแม้ว่าประชากรส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจน ถึงแม้ว่ากลุ่มที่มีกำลังซื้อจะมีอยู่เพียงแค่ร้อยละ 10 ก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ตลาดในอินโดนีเซียเล็กลงแต่อย่างใด

อินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ประมาณร้อยละ 6 ต่อปี และโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สำคัญอยู่ที่ภาคอุตสาหกรรม การค้าและการบริการ และภาคเกษตรกรรม ตามลำดับ โดยอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมสิ่งทอ การกลั่นน้ำมัน การต่อเรือ เป็นต้น นอกจากนี้ในภาคเกษตรกรรม ก็มีพืชผลที่โดดเด่นก็คือ ข้าว ปาล์มน้ำมัน ผัก ผลไม้ ถั่วเหลือง มะพร้าว ไม้ เป็นต้น ผล พวงจากอุตสาหกรรมผลผลิตทางการเกษตร และทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบรูณ์ อันได้แก่ น้ำมัน ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน นิเกิล ดีบุก ทองแดง ทอง เงิน อะลูมิเนียม และป่าไม้ ทำให้สินค้าส่งออกที่สำคัญของอินโดนีเซีย ได้แก่ น้ำมันดิบ เชื้อเพลิง สินแร่โลหะ สินค้าอิเลคทรอนิกส์ ยางพารา เครื่องจักรและชิ้นส่วน และเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น

ในปี 2006 มูลค่าการส่งออกในอินโดนีเซีย อยู่ที่ประมาณ 100,798 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยอินโดนีเซียได้ส่งออกสินค้าไปยัง ประเทศญี่ปุ่น อเมริกา สิงคโปร์ จีน เกาหลีใต้ ส่วนมูลค่าการนำเข้าของอินโดนีเซียนั้น อยู่ที่ 61,065 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งสินค้านำเข้าที่สำคัญก็คือ เครื่องจักร เชื้อเพลิง ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์เหล็ก เป็นต้น โดยมีประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น อเมริกา และซาอุดิอาระเบีย

ทาง ด้านการลงทุนนั้น อินโดนีเซียมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อต้องการให้การลงทุนจากต่างประเทศช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัว โดยจะเน้นที่ผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ โดยมีการปรับปรุงกฎหมายใหม่เพื่อให้เอื้อต่อการลงทุนของต่างชาติ ซึ่งมีผู้ลงทุนรายใหญ่ ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน

DSC04711aCreative Commons License by SantaRosa OLD SKOOL

Indonesia Trade Opportunities

สำหรับ ลู่ทางทางด้านการค้าการลงทุนของไทยนั้น จะต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในอินโดนีเซีย คือ ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยรุ่น กำลังซื้อของผู้บริโภคมีแนวโน้มสูงขึ้นตามความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และมีความเป็นสังคมเมืองมากขึ้น ที่สำคัญประชากรประมาณร้อยละ 90 เป็นมุสลิม ดังนั้นสินค้าที่จะเข้าไปขายในอินโดนีเซียจะต้องโดนใจผู้บริโภคเหล่านี้ อย่างเช่น สินค้าต้องคำนึงถึงคุณภาพมากกว่าราคา ต้องมีความทันสมัย รูปแบบเก๋ไก๋ ที่สำคัญก็คือ ต้องไม่ผิดหลักศาสนา ซึ่งสินค้าที่สามารถแข่งขันในตลาดอินโดนีเซียได้ ก็คือ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง พลาสติก อาหารและสินค้าเกษตร วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์สปาและเครื่องสำอาง ในส่วนของบริการนั้น อินโดนีเซียยังขาดแคลนเรื่องของการท่องเที่ยวและบริการด้านการแพทย์และโรง พยาบาลที่มีคุณภาพ อย่าง ไรก็ตาม การค้ากับอินโดนีเซียก็ยังมีปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้างในเรื่องของมาตรการทาง การค้าของอินโดนีเซีย อย่างเช่น มาตรการห้ามนำเข้า สำหรับสินค้า ข้าว กุ้ง เป็นต้น มาตรการใบอนุญาตนำเข้า สำหรับสินค้าน้ำตาล ถั่วเหลือง ข้าวโพด เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และของเด็กเล่น เป็นต้น มาตรการขึ้นทะเบียน อย. สำหรับสินค้าอาหาร เครื่องสำอาง ยา สมุนไพร เป็นต้น (บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com) มาตรการด้านสุขอนามัย เช่น ผลไม้ต้องระบุในใบรับรองว่าปลูกในบริเวณที่ปลอดจากแมลงวันทอง เป็นต้น และมาตรการอนุญาตนำเข้าโดยต้องมีการรับรองจากบริษัท survey เช่น ผลิตภัณฑ์เซรามิค เป็นต้น

เป็น ธรรมดาที่การค้าระหว่างประเทศต่างๆ จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่การที่ประเทศอินโดนีเซียมีจำนวนประชากรมากจึงเป็นตลาดที่ใหญ่ในภูมิภาค การที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์โดยเฉพาะแร่ธาตุและน้ำมัน มีแรงงานจำนวนมากและราคาถูก มีนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุน เหล่านี้ล้วนเป็นโอกาสอันดีที่จะเข้าไปทำการค้าการลงทุน ในประเทศอินโดนีเซีย

[1][2]

About the Author

has written 12 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.