การคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ ตอนที่ 1

การชดเชยค่าภาษีอากรเป็นมาตรการหนึ่งของรัฐบาลที่ช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ผลิตสินค้าส่งออกเพื่อให้สามารถแข่งขันราคารในตลาดต่างประเทศได้โดยการจ่ายเงินชดเชยค่าภาษีอากรที่แฝงอยู่ในต้นทุนสินค้าที่ส่งออกในรูปของ บัตรภาษี ทั้งนี้การจ่ายเงินดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร พ.ศ. 2524 พระราชบัญญัติชดเชยค่าภาษีอากร

สินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร พ.ศ.2524ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาชดเชยค่าภาษีอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน อธิบดีกรมศุลกากร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังผู้แทนกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรมและผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินห้าคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ โดยมีหน้าที่ เช่น กำหนดอัตราเงินชดเชยแก่ชนิดและ / หรือสินค้าที่จะได้รับเงินชดเชยประเภทสินค้าที่ไม่ได้รับชดเชย หลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไขและกำหนด เวลาการจ่ายเงินชดเชย ฯลฯ เป็นต้น

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิและหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากร
(1) เป็นผู้ส่งออกสินค้า ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตเองหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ ผู้ส่งออก

(1.1) จะต้องไม่ใช้สิทธิคืนอากร หรือยกเว้นอากร หรือลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบที่นำมาผลิตเป็นสินค้าส่งออก ตามกฎหมายหนึ่งกฎหมายใด

(1.2) ผู้ส่งออกได้ปฏิบัติครบถ้วนตามมาตรา 45 และ 48 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(2) เป็นผู้ขายสินค้าให้แก่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ตามโครงการเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ ทั้งนี้ ค่าของสินค้าดังกล่าว หรือทั้งหมดหรือบางส่วนจะต้องชำระจากเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ

(3) เป็นผู้ขายสินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคที่ว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรให้แก่องค์การ ระหว่างประเทศหรือหน่วยงานใดที่มีสิทธินำสินค้านั้นเข้ามาในราชอาณาจักรได้

(4) สินค้าที่ส่งออกจะต้องเป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ทั้งนี้ คำว่า “ผลิต” หมายถึง การประกอบ แปรรูป แปรสภาพ หรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใดและไม่เป็นสินค้าต้องห้ามมิให้ได้รับเงินชดเชยตามประกาศของคณะกรรมการพิจารณาชดเชยค่าภาษอากรสินค้าส่งออกที่ผลิตในราชอาณาจักร ทั้งนี้การส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศต้องปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและได้รับเงินค่าราคารสินค้าเข้ามาในประเทศด้วย ถ้าเป็นการส่งออกเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น เพื่อเป็นตัวอย่าง เพื่อวิเคราะห์ ฯลฯ ที่ไม่ใช่เพื่อการค้าย่อมไม่อาจขอชดเชยค่าภาษีอากรได้

(5) ต้องยื่นขอชดเชยค่าภาษีอากร ภายในหนึ่งปีนับแต่วันส่งสินค้าออก

(6) กรณีมีการส่งสินค้าคืนและต้องคืนเงินค่าสินค้าให้แก่ผู้ซื้อจะต้องคืนเงินชดเชยเป็นจำนวนตามส่วนสินค้าที่รับคืนให้แก่กรมศุลกากรภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าเข้า หรือนับแต่วันได้รับสินค้าคืนสำหรับกรณีที่ขายสินค้าภายในประเทศมิฉะนั้นต้องชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละสองต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินชดเชยที่ต้องชำระคืนจนกว่าจะชำระคืนเงินชดเชยครบถ้วน

เดี๋ยวคราวหน้ามาว่ากันต่อว่าจะขอชดเชยค่าภาษีอากรได้อย่างไรครับ

[1]

About the Author

has written 424 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.