อุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ในประเทศเวียดนาม
- Monday, January 26, 2009, 22:27
- Uncategorized
- Add a comment
อุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ของประเทศเวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็วตามอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีสัดส่วนเป็น 0.4 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) และ สามารถทำรายได้ให้ประเทศถึง 498 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2550 รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าหมายการเติบโตของอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ ไว้ถึง 35 – 40 % ต่อปีต่อเนื่องตั้งแต่บัดนี้จนถึงปี 2553 ( คศ.2010) โดยคาดว่าจะมีรายได้ระหว่าง 800 – 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะทำให้เวียดนามเป็น 1 ใน 15 ประเทศที่ส่งออกและรับจ้างผลิต (Outsourcing ) ซอฟท์แวร์ในตลาดโลก
อุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ของเวียดนามเริ่มเป็นที่รู้จักของตลาดโลกตั้งแต่ปี 2547 เมื่อบริษัทที่ปรึกษาของสหรัฐฯ คือ AT Kearny ได้จัดอันดับให้เวียดนามเป็น 1 ใน 25 ประเทศที่มีศักยภาพมากที่สุดด้าน Software Outsourcing
ปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ของเวียดนามเป็นที่น่าสนใจของประชาคม IT ระหว่างประเทศ นอกจากต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่ต่ำกว่าประเทศคู่แข่งอื่น ๆ แล้ว ( วิศวกรด้าน IT ของเวียดนาม มีอัตราค่าจ้างเดือนละประมาณ 800 เหรียญสหรัฐ เทียบกับอัตราค่าจ้างของวิศวกรด้าน IT ในบางประเทศซึ่งอยู่ระหว่าง 2,000 – 5,000 เหรียญสหรัฐฯ ) การที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน IT เข้ามาลงทุนในเวียดนาม เช่น Intel เข้ามาลงทุน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐในสิ่งอำนวยความสะดวกแก่โรงงานผลิต chip ใน Saigon High – Tech Park ณ นครโฮจิมินห์ และ Microsoft เปิดสำนักงานในเวียดนามเพื่อปกป้องด้านลิขสิทธิ์แล้วยังให้การพัฒนาสาขา IT โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้การศึกษาด้าน IT เป็นต้น ยิ่งทำให้เวียดนามกลายเป็นเป้าหมายแห่งใหม่ของการผลิต Software
ปัจจุบัน สหรัฐฯ เป็น 1 ในลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ของเวียดนาม โดยอาศัยความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของคนเชื้อสายเวียดนาม – อเมริกันที่ทำงานในบริษัท IT สำคัญๆ ในสหรัฐฯ และบางส่วนได้กลับมาลงทุนตั้งบริษัทซอฟท์แวร์ขนาดใหญ่ เช่น Pyramid Software Development , Global Cybersoft , TMA Solutions, Glass Egg และ Silkroad เป็นต้น บริษัทอเมริกันที่มีคนเชื้อสายเวียดนาม – อเมริกันร่วมทำงานมักเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท Software processing ในเวียดนามด้วย
ผู้ส่งออกซอฟท์แวร์ของเวียดนามให้ความสำคัญต่อตลาดญี่ปุ่นมากที่สุดเพราะเป็นตลาดซอฟท์แวร์ที่มีมูลค่าทั้งหมดถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐหรือคิดเป็นมูลค่า 20 % ของตลาดซอฟท์แวร์ของโลก ซึ่งสมาคมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ของเวียดนาม (VINASA) คาดว่าภายในปี 2553 เวียดนามจะมีรายได้จากการส่งออกซอฟท์แวร์ไปยังญี่ปุ่นเป็นมูลค่าถึง 350 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่การจะบรรลุเป้าหมาย ได้เวียดนามจะต้องมีบุคลากรด้าน software programmer จำนวนกว่า 20,000 คน
นอกจากนี้ บริษัท IT ของเวียดนามบางบริษัทเช่น FPT Software ซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามโดยมีวิศวกรประมาณ 2,500 คน ได้เข้าไปตั้งสำนักงานตัวแทนในญี่ปุ่นเพื่อส่งเสริมประชาสัมพันธ์ศักยภาพด้าน Software processing และเพื่อหาลูกค้าในญี่ปุ่นด้วย
ส่วนบริษัทซอฟท์แวร์ของเวียดนามรายอื่น ๆ ที่สำคัญ เช่น Lac Viet , HPT , Viet Software , AZ Solutions , Tan Thien Nien Ky และ CMS Software เป็นต้น ต่างก็พยายามเพิ่มศักยภาพการผลิตและขยายตลาดโดยการร่วมทุน ( joint venture ) กับบริษัทต่างชาติเพื่อสามารถเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ด้วย
ปัญหาสำคัญที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ของเวียดนามในปัจจุบัน คือการขาดแคลนทรัพยากรบุคคลที่มีคุณสมบัติ ทักษะด้านภาษาและประสบการณ์ บริษัทซอฟท์แวร์ขนาดใหญ่เกือบทั้งหมดหวั่นเกรงการขาดแคลนพนักงานด้านวิศวกรIT มากกว่าการไม่มีสัญญาว่าจ้างเสียอีก บริษัทซอฟท์แวร์ท้องถิ่นบางบริษัทต้องพลาดจากการทำสัญญาการผลิตเพราะความอ่อนด้อยด้านภาษาต่างประเทศ (บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com) นอกจากนี้ วิศวกรในท้องถิ่นยังต้องได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเพื่อติดตามความก้าวหน้าล่าสุดของเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรม IT ระหว่างประเทศ เพื่อสามารถเข้าไปรับงานผลิตในโครงการขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนมากขึ้นได้
ยุทธศาสตร์ที่เวียดนามใช้ในการพัฒนาบุคลากร คือ การร่วมมือกับธุรกิจซอฟท์แวร์ของประเทศต่าง ๆ ให้เข้ามาลงทุนในการฝึกอบรมวิศวกรของเวียดนาม โดยมีประเทศที่สนใจเข้ามาลงทุนในปี 2551 ที่สำคัญ คือ
ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นมีโครงการเข้ามาลงทุนตั้งโรงเรียนฝึกสอนด้านสารสนเทศในวงเงินลงทุนระหว่าง 50 – 80 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะให้ผู้ประกอบวิชาชีพของญี่ปุ่นเข้ามาฝึกอบรม software programmer ของเวียดนามให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ทั้งนี้ 20 % ของนักเรียนที่ผ่านการฝึกอบรมจากโรงเรียนแห่งนี้จะได้ไปศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการดำเนินการกล่าวจะทำให้เกิดความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างเวียดนามกับตลาดซอฟท์แวร์ของญี่ปุ่นมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามโครงการนี้ยังติดขัดปัญหาด้านการก่อสร้างที่ญี่ปุ่นมีเงื่อนไขต้องใช้บริษัทก่อสร้างของญี่ปุ่น
ปัจจุบันเวียดนามเป็นประเทศที่มี software programmer ทำงานอยู่ในประเทศญี่ปุ่นมากเป็นอันดับ 4 รองจากจีน อินเดีย และเกาหลีใต้
เดนมาร์ก
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 รัฐบาลเดนมาร์กและเวียดนามได้ร่วมลงนามในความตกลงให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ของเวียดนามตามโครงการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตแก่เวียดนาม โดยรัฐบาลเดนมาร์กจะให้ความช่วยเหลือจำนวน 4.8 ล้านเดนมาร์กโคร์น ( หรือประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ) และจะช่วยสมาคมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ของเวียดนาม ( Vietnam Software Assoiation : Vinasa ) ในการวางแผนยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรรมซอฟท์แวร์ จัดทำรายงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ของเวียดนาม สรัาง portal sites สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างบริษัทซอฟท์แวร์ของเดนมาร์กและเวียดนาม และจัดหลักสูตรการฝึกอบรมให้ลูกจ้างของ VINASA โดยโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2551 – 2554
[1]
About the Author
Write a Comment
Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!
