การส่งออกกล้วยสดและอบแห้งเพื่อการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น

การส่งออกกล้วยไปยังประเทศญี่ปุ่นนั้น ประเทศไทยมีความคาดการณ์ว่าจะยังมีโอกาสทางการค้าเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม แต่การส่งออกไปยังประเทศที่มีมาตรฐานการนำเข้าทางผลไม้ไว้สูงนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะหากเนื่องจากญี่ปุ่นเจอสารเคมี แมลง หรือสิ่งแปลกปลอมต้องห้าม ญี่ปุ่นจะทำการคัดทิ้ง และไม่ยอมให้สินค้านั้นเข้าประเทศอีก ฉะนั้นเมื่อคิดจะทำการส่งออกกล้วย ผลไม้ชนิดอื่น หรือผลไม้อบแห้งจะต้องทำตามขั้นตอนกฎ ระเบียบ ของการส่งออกทั้งของไทย และญี่ปุ่นให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา

กฎหมาย / ระเบียบ ขั้นตอนการส่งออกของประเทศไทย

  1. เรื่องการกำหนดแบบคำขอใบรับรองปลอดศัตรูพืช
  2. เรื่องการดำเนินงานขอหนังสือรับรองคุณภาพเพื่อการส่งออก
  3. การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ขอหนังสือรับรอง Form A พ.ศ.2541
  4. พระราชบัญญัติศุลกากร และฉบับแก้ไข

ขั้นตอนการส่งออกของประเทศไทย : ผัก ผลไม้สด แช่เย็น และแช่แข็ง

  1. ผู้ส่งออกจะต้องติดต่อ กรมวิชาการเกษตร เพื่อขอใบรับรองปลอดโรคพืช สารตกค้าง หรือแมลง จากกรมวิชาการเกษตรของไทย (ยื่นต่อ Food Sanitation Division กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น หากทำการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น)
  2. ติดต่อศูนย์ตรวจสอบ และออกใบรับรองคุณภาพสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก เพื่อขอหนังสือรับรองคุณภาพอาหาร หรือผลิตผลทางการเกษตร เพื่อการส่งออก สำหรับประเทศคู่ค้าที่ต้องการ
  3. ตรวจสอบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร เพื่อขอใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า ที่สำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ 
  4. ติดต่อกรมศุลกากร ส่วนการส่งออก ตามระบบ แบบ manual หรือ EDI

P1040394Creative Commons License by snapmatic

Banana Exported from Thailand to Japan

 

 

 

หน่วยงานที่ติดต่อตามระเบียบ กฎ ดังกล่าว

  • สำนักงานควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร
  • ศูนย์ตรวจสอบ และออกใบรับคุณภาพสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก
  • สำนักบริการการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ
  • ส่วนการส่งออก กรมศุลกากร

 

เมื่อเราพอทราบความรู้เบื้องต้นของประเทศไทยแล้ว เรามาดูเรื่องกฎ ระเบียบ ทางประเทศญี่ปุ่นดูบ้าง ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นจะมีตลาดกลางที่ใหญ่ที่สุด เป็นศูนย์กลางการค้าขายการนำเข้าผักและผลไม้จากทั่วโลก มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง การตรวจเช็คสภาพสินค้า คอมพิวเตอร์ (บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com)หรือแม้กระทั่งโกดังเก็บสินค้าตามอุณหภูมิควบคุม ผู้ค้าส่ง และผู้ค้าปลีกสามารถมาคัดเลือกซื้อผัก และผลไม้นำเข้าได้ที่นี่ กล้วยสดจากเมืองไทยก็จะถูกนำมาลำเลียงตรวจเช็คสินค้าที่นี่ด้วย

ระเบียบการนำสินค้าเข้าของประเทศญี่ปุ่นเบื้องต้น
กล้วยสดจากเมืองไทยเป็นสินค้าต้องการอย่างมาก แต่เนื่องจากญี่ปุ่นจะมีช่วงเทศกาลกล้วยนั้นแตกต่างกัน จึงมีการคิดภาษีนำเข้าไว้ 2 อัตรา

  • อัตราร้อยละ 10 ในช่วงการขำเข้าระหว่าง 1 เมษายน – 30 กันยายนของทุกปี และในช่วงนี้ยังมีเรื่องธุรกิจหยุดดำเนินการ อาทิช่วงเทศกาลโอบง ในเดือน 8 , ช่วงเทศกาล Golden week ในเดือน 4 และเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน
  •  อัตราร้อยละ 20 ในช่วงการนำเข้าระหว่าง 1 ตุลาคม – 31 มีนาคม ในระยะเวลาช่วงนี้ญี่ปุ่นจะหยุดดำเนินการทางธุรกิจในช่วงเทศกาลปีใหม่ และเป็นช่วงท่องเที่ยว ในเดือน 12

นอกจากอัตราภาษีการนำเข้าแล้วยังมีกฎระเบียบการนำเข้าผลไม้อีก 3 ประเด็นหลัก คือ
มาตรฐานการนำเข้าผลไม้สดนั้นจะถูกควบคุมในกฎหมาย Plant Protection Law และ
กฎหมาย Food Sanitation Law ผลไม้สดจะถูกตรวจสอบ ณ ด่าน Plant Protection Station เพื่อทำการตรวจสอบถึง Food additive และสารเคมีตกค้างต่าง ๆ
กฎหมายภาษีศุลกากรเป็นกฎหมายเพื่อการใช้และจัดเก็บภาษีอากร โดยเป็นไปตามกฎหมายหมายว่า
ด้วยพิกัดอัตราภาษีศุลกากร Custom Tariff Law รวมทั้งการกำหนดส่วนลดและการยกเว้นภาษีอากร
ข้อกีดกันทางการค้าที่เป็นไปตามระเบียบขององค์การการค้าโลก (WTO) ข้อนี้เป็นเรื่องที่ญี่ปุ่นมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเป็นอย่างมาก

 

ขั้นตอนการตรวจเช็คของหน่วยงานราชการญี่ปุ่น

  1. ยื่นความจำนงเพื่อขอตรวจผลไม้ เพื่อทำการตรวจเช็คว่าเป็นผลไม้ต้องห้าม / โรค / แมลง / ไข่หนอนหรือไม่
  2. ยื่นเอกสารเพื่อทำการนำเข้าอาหารที่กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น
  3. การรวบรวมเอกสารเพื่อเสียภาษีการนำเข้า
  4. การเสียค่าธรรมเนียมขนส่งสินค้าและพิธีการนำเข้าที่สายการบินผลไม้เดินทาง และรับสินค้า

 

ข้อแนะนำการส่งออกไปญี่ปุ่นให้ประสบผลสำเร็จ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรม ประเพณี เทศกาลเยอะมาก เราจึงต้องทำการศึกษาพื้นฐานข้อมูลเหล่านี้ให้ดีเพื่อความเชื่อมั่นจากประเทศคู่ค้า เช่น

  1. การผลิตสินค้า / ส่งออกสินค้า ที่มีความเหมาะสมกับตลาดความต้องการของคนญี่ปุ่นรวมถึงสิ่งแวดล้อม ประชากร อากาศ
  2. การเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงในตลาด เพราะปัจจุบันคนญี่ปุ่นนั้นใส่ใจในเรื่องสุขภาพอนามัย อาหาร สิ่งแวดล้อม รวมถึงการบริหารต้นทุน เป็นอย่างมาก
  3. การหาพันธมิตรเพื่อการค้า ข้อนี้จะต้องทำการตรวจสอบถึงความเชื่อถือทางการเงินก่อนที่จะทำสัญญา
  4. การจัดเวลาเพื่อการพูดคุยเพื่อการค้า / การนำสินค้านำเสนอ / ความพยายาม / ความอดทน / ความใส่ใจ
  5. การมองถึงช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า /การเลือกช่องทางการจำหน่วยสินค้า
  6. ศึกษาขั้นตอนการทำธุรกิจต่าง ๆให้ละเอียดเช่นการจัดทำในเสนอราคา การสรุปข้อตกลง การเปิด L/C จากธนาคาร หากมีประเด็นใดที่ไม่ตรงกับเงื่อนไขจะต้องแก้ไข L/C นั้นให้เรียบร้อยตามความจำเป็น
  7. ศึกษารายละเอียดหากมีความต้องการขึ้นทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศญี่ปุ่น
  8. ศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการนำสินค้านำเข้า

[1][2][3]

About the Author

has written 424 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.