อนาคตเศรษฐกิจเวียดนามคู่แข่งสำคัญของไทย

เวียดนามประเทศเพื่อนบ้านและกำลังเป็นคู่แข่งทางการค้าที่สำคัญของไทย  และอาจจะมีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้ามากกว่าไทย  หากประเทศไทยเรายังประสบกับวิกฤติการณ์ทางการเมืองที่มีส่วนฉุดรั้งความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้ จากการที่เวียดนามมีการปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้อิงกับกลไกตลาดมากขึ้น  และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว  ทำให้ศักยภาพทางด้านการส่งออกของเวียดนามก็อยู่ในอัตราที่สูงขึ้นไปด้วย  สินค้าส่งออกหลักๆ ของเวียดนามก็คือ สินค้าสิ่งทอประเภทเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสินค้าทางการเกษตร เช่น ข้าว กาแฟ ใบชา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และพริกไทย

ซึ่งเวียดนามกำลังจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทยในการส่งออกข้าว  นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าอื่นๆ เช่น น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก  เหล็กและเหล็กกล้า ปิโตรเลียมเหลว ยางพารา เครื่องยนต์และส่วนประกอบ  กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ  ปูนซีเมนต์  เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์พลาสติก  เป็นต้น  ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนส่งเสริมการส่งออกก็คือ  การเข้ามาลงทุนของต่างชาติ หรือการเพิ่มทุนของบริษัทต่างชาติเดิม  ประเทศเวียดนามกลายเป็นเป้าหมายใหม่ในเอเชียที่นักลงทุนต่างชาติสนใจ  นอกเหนือจากจีนและอินเดีย  เนื่องจากจำนวนประชากร  และแรงงานที่มีอยู่มาก อีกทั้งค่าแรงที่ต่ำ  แต่จัดอยู่ในประเภทแรงงานที่ขยันและสู้งานหนัก  และปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ  การทำสัญญาทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา  ซึ่งทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าของเวียดนามไปยังสหรัฐอเมริกาเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว  นอกจากนี้เวียดนามยังเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (WTO : World Trade Organization )  กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC : Asia-Pacific Economic Cooperation)  และเขตการค้าเสรีอาเซียน  (AFTA : Asian Free Trade Area) เหล่านี้ทำให้ตลาดส่งออกของประเทศเวียดนามขยายกว้างขึ้น

Hue Market RestaurantCreative Commons License by upyernoz

Hue Market in Vietnam

แต่จุดอ่อนของการส่งออกของประเทศเวียดนามก็คือ  ความไม่พร้อมของอุตสาหกรรมสนับสนุนภายในประเทศ (บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com) และการขาดแคลนวัตถุดิบภายในประเทศ  จึงจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ  รัฐบาลจึงสนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมขั้นต้นและขั้นกลาง  เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ  จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนที่จะเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านั้น  เช่น โรงงานผ้าผืน  โรงงานฟอกย้อม  วัสดุตกแต่งและเครื่องหนังสำหรับผลิตรองเท้า  รวมทั้งผลิตภัณฑ์พลาสติกขั้นต้น  จุดอ่อนอีกประการหนึ่งก็คือ  การขาดแคลนบุคลากรระดับผู้บริหาร  และแรงงานที่มีทักษะความชำนาญ   นอกจากนี้การเผชิญกับวิกฤติทางการเงินครั้งใหญ่ของประเทศเวียดนาม  ก็เป็นตัวฉุดให้เศรษฐกิจของเวียดนามชะลอตัว  รวมทั้งความมั่นใจของนักลงทุนด้วย

 

จากปัญหาด้านความขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ดังนั้นสินค้านำเข้าส่วนมากได้แก่ เครื่องจักรและส่วนประกอบ  ด้ายและเส้นใย  สัตว์น้ำสด อาหารแปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์  ส่วนประกอบและอุปกรณ์จักรยานยนต์และรถจักรยาน เป็นต้น

เป็นที่น่าเสียดายที่ปีนี้เวียดนามประสบกับวิกฤติการณ์ทางการเงินอย่างหนัก อันเนื่องมาจากการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด  การที่เงินไหลเข้าประเทศมากเกินไป และต้นทุนการผลิตสูงขึ้น  เป็นผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25ทำให้นักลงทุนต่างก็ถอดใจ และชะลอการลงทุนและรอดูท่าทีการแก้ปัญหาของประเทศเวียดนาม  แต่อย่างไรก็ตาม  สิ่งดึงดูดใจในการลงทุนในเวียดนามก็ยังมีอยู่ซึ่งนับว่าประเทศเวียดนามยังมีพื้นฐานที่แกร่งไม่ว่าจะเป็นต้นทุนถูกกว่า ค่าแรง ค่าวัตถุดิบถูกกว่าและในอนาคตหากเวียดนามมีโรงกลั่นน้ำมันของตัวเองซึ่งคาดว่าจะเสร็จในปี 2552 จะทำให้ราคาน้ำมันในประเทศเวียดนามถูกลงไปอีก ถึงตอนนั้น ประเทศเวียดนามก็จะกลายมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญของไทย

[1][2][3][4]

About the Author

has written 424 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.