อนาคตเศรษฐกิจเวียดนามคู่แข่งสำคัญของไทย
- Sunday, October 19, 2008, 21:35
- Uncategorized
- Add a comment
เวียดนามประเทศเพื่อนบ้านและกำลังเป็นคู่แข่งทางการค้าที่สำคัญของไทย และอาจจะมีโอกาสที่จะเจริญก้าวหน้ามากกว่าไทย หากประเทศไทยเรายังประสบกับวิกฤติการณ์ทางการเมืองที่มีส่วนฉุดรั้งความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้ จากการที่เวียดนามมีการปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้อิงกับกลไกตลาดมากขึ้น และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ทำให้ศักยภาพทางด้านการส่งออกของเวียดนามก็อยู่ในอัตราที่สูงขึ้นไปด้วย สินค้าส่งออกหลักๆ ของเวียดนามก็คือ สินค้าสิ่งทอประเภทเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสินค้าทางการเกษตร เช่น ข้าว กาแฟ ใบชา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และพริกไทย
ซึ่งเวียดนามกำลังจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญของไทยในการส่งออกข้าว นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าอื่นๆ เช่น น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก เหล็กและเหล็กกล้า ปิโตรเลียมเหลว ยางพารา เครื่องยนต์และส่วนประกอบ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์พลาสติก เป็นต้น ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนส่งเสริมการส่งออกก็คือ การเข้ามาลงทุนของต่างชาติ หรือการเพิ่มทุนของบริษัทต่างชาติเดิม ประเทศเวียดนามกลายเป็นเป้าหมายใหม่ในเอเชียที่นักลงทุนต่างชาติสนใจ นอกเหนือจากจีนและอินเดีย เนื่องจากจำนวนประชากร และแรงงานที่มีอยู่มาก อีกทั้งค่าแรงที่ต่ำ แต่จัดอยู่ในประเภทแรงงานที่ขยันและสู้งานหนัก และปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การทำสัญญาทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้มูลค่าการส่งออกสินค้าของเวียดนามไปยังสหรัฐอเมริกาเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว นอกจากนี้เวียดนามยังเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (WTO : World Trade Organization ) กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC : Asia-Pacific Economic Cooperation) และเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA : Asian Free Trade Area) เหล่านี้ทำให้ตลาดส่งออกของประเทศเวียดนามขยายกว้างขึ้น
แต่จุดอ่อนของการส่งออกของประเทศเวียดนามก็คือ ความไม่พร้อมของอุตสาหกรรมสนับสนุนภายในประเทศ (บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com) และการขาดแคลนวัตถุดิบภายในประเทศ จึงจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ รัฐบาลจึงสนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมขั้นต้นและขั้นกลาง เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนที่จะเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านั้น เช่น โรงงานผ้าผืน โรงงานฟอกย้อม วัสดุตกแต่งและเครื่องหนังสำหรับผลิตรองเท้า รวมทั้งผลิตภัณฑ์พลาสติกขั้นต้น จุดอ่อนอีกประการหนึ่งก็คือ การขาดแคลนบุคลากรระดับผู้บริหาร และแรงงานที่มีทักษะความชำนาญ นอกจากนี้การเผชิญกับวิกฤติทางการเงินครั้งใหญ่ของประเทศเวียดนาม ก็เป็นตัวฉุดให้เศรษฐกิจของเวียดนามชะลอตัว รวมทั้งความมั่นใจของนักลงทุนด้วย
จากปัญหาด้านความขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ดังนั้นสินค้านำเข้าส่วนมากได้แก่ เครื่องจักรและส่วนประกอบ ด้ายและเส้นใย สัตว์น้ำสด อาหารแปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์จักรยานยนต์และรถจักรยาน เป็นต้น
เป็นที่น่าเสียดายที่ปีนี้เวียดนามประสบกับวิกฤติการณ์ทางการเงินอย่างหนัก อันเนื่องมาจากการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด การที่เงินไหลเข้าประเทศมากเกินไป และต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เป็นผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25ทำให้นักลงทุนต่างก็ถอดใจ และชะลอการลงทุนและรอดูท่าทีการแก้ปัญหาของประเทศเวียดนาม แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งดึงดูดใจในการลงทุนในเวียดนามก็ยังมีอยู่ซึ่งนับว่าประเทศเวียดนามยังมีพื้นฐานที่แกร่งไม่ว่าจะเป็นต้นทุนถูกกว่า ค่าแรง ค่าวัตถุดิบถูกกว่าและในอนาคตหากเวียดนามมีโรงกลั่นน้ำมันของตัวเองซึ่งคาดว่าจะเสร็จในปี 2552 จะทำให้ราคาน้ำมันในประเทศเวียดนามถูกลงไปอีก ถึงตอนนั้น ประเทศเวียดนามก็จะกลายมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญของไทย
About the Author
Write a Comment
Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!
