กฎระเบียบการนำเข้าสินค้าของสิงคโปร์

การนำเข้า/ส่งออกสินค้าจากต่างประเทศของสิงคโปร์เป็นไปอย่างเสรี โดยผู้นำเข้า/ส่งออกจะต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทไว้กับหน่วยงานสิงคโปร์ Accounting & Corporate Regulatory Authority (ACRA) และได้รับใบอนุญาตการนำเข้า/การส่งออกจาก International Enterprise Singapore [I E Singapore]

มาตรการการนำเข้าอาหารของสิงคโปร์
ให้เป็นไปตามระเบียบ The Food Regulations หน่วยงานที่ควบคุมคือ Agri-Food Veterinary Authority (AVA) ภายใต้ Ministry of National Development ระเบียบข้อกำหนดที่สำคัญที่ผู้ผลิตพึงถือปฏิบัติคือ Labeling Requirements ซึ่งต้องพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ขนาดตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 3 mm. พร้อมมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องคือ
-Common Name of Product
-Nett Weight or Volume of Product
-Name and Address of Manufacturer/Importer/Packer/Distributor
-Country of Origin of Product
-List of Ingredients in Descending Order of Proportions
-Date of Marking for 19 Category of Products. (เอกสารแนบ 6) Letters shall not be less than 3 mm in height and shall be show in one of the following ways:
Use By : dd/mm/yy
Sell By : dd/mm/yy
Expiry Date : dd/mm/yy
Best Before : dd/mm/yy
-Bar Code/EAN
-Nutrition Facts Panel (NIP)
-No “Health Claims” Allowed on the Label
-Optional : “Halal” Logo on the Label

มาตรการการนำเข้าข้าวของสิงคโปร์
ผู้นำเข้าข้าวสารต้องทำการสำรองข้าวสารไว้ในปริมาณ 2 เท่าของปริมาณที่นำเข้าแต่ละเดือนและข้าวที่สำรองต้องเก็บไว้ในโกดังสินค้าของรัฐบาล Singapore Storage & Warehouse Pte. Ltd. (SSW) สำหรับการนำเข้าข้าวชนิด Fragrant Rice, White Rice และ Broken Rice จากทุกประเทศ ข้าวที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องสำรองคือ ข้าวกล้อง ข้าวนึ่ง (บทความนี้มาจาก eThaiTrade.com) ข้าวเหนียว และข้าวบาสมาติ I E Singapore เป็นผู้อนุมัติปริมาณการนำเข้า เช่น กรณีผู้นำเข้าข้าวเพื่อจำหน่ายปริมาณ 500 ตัน ก็จะต้องนำเข้าข้าวไว้ในโกดังเป็นข้าวสำรองปริมาณ 1,000 ตัน รวมเป็นการนำเข้าปริมาณ 1,500 ตัน และหากผู้นำเข้าต้องการนำเข้าข้าวเพิ่มหรือลดจากจำนวนที่แจ้งไว้ ผู้นำเข้าต้องทำหนังสือขออนุมัติจาก I. E. Singapore ล่วงหน้าก่อนเป็นเวลา 3 เดือน

 

มาตรการการนำเข้าสุกรและเนื้อสุกรแปรรูปของสิงคโปร์
เนื่องจากรัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศหยุดการเลี้ยงสุกรภายในประเทศตั้งแต่ปี 2533 สิงคโปร์จึงอนุญาตให้มีการนำเข้าสุกรมีชีวิตและเนื้อสุกรแปรรูปได้ ตามระเบียบการนำเข้าสุกรมีชีวิต แปรรูป หรือผลิตภัณฑ์ เช่น หมูกระป๋อง แฮม Ready-to-eat ที่มีส่วนประกอบของหมู หมูหยอง หมูแผ่น ไส้กรอกหมู รวมทั้งเนื้อสัตว์ทุกชนิดในสิงคโปร์อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน Agri-Food & Veterinary Authority (AVA) (ภายใต้ Ministry of National Development) โดยกำหนดว่า สุกรมีชีวิต เนื้อสุกรแปรรูป และผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจะต้องผลิตมาจากฟาร์มเลี้ยงสุกร โรงฆ่า โรงชำแหละ และโรงงานแปรรูปที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากหน่ายงาน AVA แล้วเท่านั้น
ประเทศที่ AVA รับรองและอนุญาตให้ส่ง Chilled/Frozen Pork เข้าสิงคโปร์ คือ ออสเตรเลีย เบลเยี่ยม บราซิล แคนาดา จีน เดนมาร์ค ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ อัฟริกาใต้ สวีเดน สวิสเซอร์แลนด์ ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
ในกรณีประเทศไทย กรมปศุสัตว์ (DVD) ของไทยจะต้องทำการตรวจสอบก่อนจนกว่าจะแน่ใจว่าสุกรในฟาร์มที่ทำการตรวจสอบนั้นปราศจากเชื้อโรคระบาดสัตว์ AVA จะไปตรวจสอบโรงงานดังกล่าวในไทย หากการตรวจสอบผ่าน AVA ก็จะออกใบอนุญาตและลงทะเบียนรายชื่อโรงงานดังกล่าวเพื่อศุลกากรตรวจปล่อย
กรณีประเทศไทย ทาง AVA ห้ามนำเข้าสุกรมีชีวิตและผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื่องจากการเกิดโรค Nipah Virus ในเขตชายแดนภาคใต้ แต่ในปี 2546 ต่อมาได้ผ่อนผันโดยเปิดให้มีการนำเข้าเนื้อสุกรแปรรูปโดยผ่านความร้อนสูง(Heat-processed pork products)จากประเทศไทย ซึ่งเนื้อสุกรจะต้องมาจากโรงฆ่าที่กรมปศุสัตว์รับรองและ AVA ตรวจสอบและอนุมัติแล้วเท่านั้น

 

มาตรการการนำเข้าผัก-ผลไม้ของสิงคโปร์
ผัก-ผลไม้ทุกชนิดนำเข้าสิงคโปร์ได้อย่างเสรี ที่สำคัญคือ จะต้องปฏิบัติตามกฎ/ระเบียบการนำเข้าของสิงคโปร์ภายใต้ The Food Regulations ที่มีข้อกำหนดของสารตกค้าง หรือสารรักษา/ถนอมผลไม้ ซึ่งหน่วยงานสิงคโปร์คือ Agri-Food Veterinary Authority [AVA] และ Food Control Department [FCD] ภายใต้กระทรวงสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญและตรวจสอบอย่างเคร่งครัด โดยจะส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจสินค้าฯขณะที่นำเข้า หากพบสารตกค้างใดๆในผัก-ผลไม้ที่นำเข้า FCD จะพิจารณาให้ ส่งสินค้ากลับประเทศผู้ส่งออกหรือสั่งให้เผาสินค้าฯทันที พร้อมทั้งจะดำเนินการนำผู้นำเข้าส่งเรื่องฟ้องศาลด้วย
ข้อที่ควรระวังอย่างมาก คือ การใช้สารซัลเฟอร์ไดอ๊อกไซด์ [So2] ในการรักษา/ถนอมให้ลำไยมีความคงทนได้นานขึ้น ซึ่งในการนี้สาร So2 เป็นสารที่ทางหน่วยงานสิงคโปร์ คือ Agri-Food Veterinary Authority [AVA] ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ทาง AVA มีมาตรการในการตรวจสอบ โดยเฉพาะลำไยสด กำหนดไว้ว่า ไม่ให้มีสารซัลเฟอร์ไดอ๊อกไซด์ตกค้างอยู่ในเนื้อลำไย สำหรับสารฯตกค้างบนเปลือกลำไยซึ่งจะอนุโลมให้ในสัดส่วน 350 ppm

Tags:

About the Author

has written 424 stories on this site.

Write a Comment

Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!

Copyright © 2012 eThaiTrade. All rights reserved.