- Wednesday, August 17, 2011, 18:12
- Uncategorized
ภาพวันที่ 8 มิ.ย.2554 ข้าวกำลังออกรวงสีทองในท้องนาที่เขียวขจีนอกหมู่บ้านชานกรุงฮานอย ขณะที่ชาวนาออกแรงอย่างเปี่ยมสุขและเต็มไปด้วยความหวัง รัฐบาลให้หลักประกันจะได้กำไร 30%-40% ขึ้นอยู่กับชนิดกับคุณภาพของข้าวที่ผลิต และปีนี้ส่งออกได้มากขึ้น ข้าวขายได้ราคาสูงขึ้น ต้องขอขอบคุณนโยบายข้าวของรัฐบาลไทยที่ทำให้ข้าวเวียดนามขายดิบขยายดีในตลาดโลก คาดว่าจะขายได้ถึง 7.5 ล้านตัน เป็นสถิติใหม่. -- REUTERS/Kham.
ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- จากเป้าเดิม 7 ล้านตัน บัดนี้ผู้ค้าเชื่อว่าปริมาณส่งออกจนถึงสิ้นปีน่าจะถึง 7.5 ล้านตันเป็นอย่างน้อย อันเป็นตัวเลขสถิติใหม่ในรอบกว่า 10 ปี ทั้งนี้เป็นอานิสงส์ที่ได้รับจากนโยบายข้าวแพงของรัฐบาลไทยล้วนๆ
ตามรายงานของสมาคมอาหารเวียดนาม (Vietnam Food Association) หรือ VietFood ...
Full story
- Wednesday, August 17, 2011, 18:07
- Uncategorized
พ่อค้าข้าวเตรียมเสนอ “กิตติรัตน์” ลดผลกระทบส่งออกข้าว พิษรับจำนำ แนะระบายข้าวโปร่งใส คาดปีหน้าไทยขายข้าวได้แค่ 8 ล้านตัน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้เตรียมข้อมูลเพื่อจะขอหารือกับ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เกี่ยวกับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวที่กำหนดจะดำเนินการในฤดูกาลผลิตที่กำลังออกสู่ตลาดในเดือน พ.ย.นี้
โดยประเด็นหารือกำหนด 2 กรอบใหญ่ๆ ได้แก่ การลดผลกระทบต่อการส่งออกข้าวจากราคาที่สูงขึ้น ซึ่งล่าสุดกระทรวงเกษตรสหรัฐ (ยูเอสดีเอ) ได้ออกมาคาดการณ์ว่าปี 2555 การส่งออกข้าวไทยจะลดลงจากเฉลี่ย 10 ล้านตันเหลือเพียง 8 ล้านตัน เพราะราคาข้าวที่สูงขึ้นจากโครงการรับจำนำ ทำให้ไทยแข่งขันไม่ได้ และทำให้ไทยมีโอกาสสูญเสียตลาดส่งออก ซึ่งต้องให้ภาครัฐคิดหาวิธีว่าจะแก้ปัญหาหรือลดผลกระทบต่อภาคการส่งออกอย่างไร ทั้งนี้ หากกลไกการส่งออกข้าวไม่ทำงานอย่างเต็มที่ ข้าวจะอยู่ในประเทศจำนวนมาก เป็นผลกดดันย้อนกลับมาที่ราคาภายในประเทศ ซึ่งการแบกสต็อกไว้มากๆ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน
ส่วนประเด็นหารืออีกเรื่องคือ การระบายข้าวในสต็อกที่จะได้มาจากการรับจำนำข้าวจากชาวนา สมาคมฯ เห็นว่าควรดำเนินการให้โปร่งใส สามารถแบ่งให้เอกชนทุกรายได้มีโอกาสแข่งขันภายใต้เงื่อนไขการระบายที่ทุกรายสามารถยอมรับได้ เพื่อให้ผู้ส่งออกขนาดกลางและเล็กอยู่ได้ ไม่ควรเป็นการระบายที่เอื้อแต่รายใหญ่เท่านั้น.
Full story
- Tuesday, August 16, 2011, 22:00
- Uncategorized
สถานการณ์ข้าว ประจำวันที่ 10 ส.ค. 2554
ข้าวสาร ราคาข้าวโดยรวมทรงตัว ยกเว้นข้าวขาวและปลายข้าวราคาปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากผลผลิตที่
ออกสู่ตลาดมีปริมาณน้อย ผู้ส่งออกที่มีภาระส่งมอบจึงออกมาเสนอราคารับซื้อสูงขึ้น ส่วนราข้าวขาวราคาปรับตัวลงตามภาวะตลาด
หน่วย: เมตริก ตัน
1-9 ส.ค.53 1 ม.ค.-9 ส.ค.53 1-9 ส.ค.54 1 ม.ค.-9 ส.ค. 54
ข้าวรัฐบาล - ...
Full story
- Monday, August 15, 2011, 23:56
- Uncategorized
ล่าสุดบริษัทบาธรูมดีไซน์ไดรับรางวัลสินค้าที่มีการออกแบบดีจาก
กรมส่งเสริมการส่งออก DEMark 2011 ผลิตภัณฑ์ของบาธรูมดีไซน์ได้รับรางวัลถึง 7 ตัวด้วยกัน อาทิ I-Tree, Arcadia, Piazza เป็นต้น
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายการตลาด : โทร 02 683 7322 ต่อ 413
Full story
- Monday, August 15, 2011, 23:45
- Uncategorized
การค้าระหว่างประเทศของสิงคโปร์ ในช่วงครึ่งปีแรก (มค.- มิย.) ของปี 2554 มีมูลค่ารวม 380,717.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.65 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมูลค่าการส่งออก 200,949.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.04) และมูลค่าการนำเข้า 179,767.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.22) โดยประเทศคู่ค้านำเข้าและส่งออก 10 อันดับแรก ดังนี้
สิงคโปร์นำเข้า (มค.-มิย. 2554) สิงคโปร์ส่งออก (มค.-มิย. 2554)
ประเทศคู่ค้า ...
Full story
ความรู้จากการฝึกอบรม
เรื่อง : ขั้นตอนการส่งออก
ธุรกิจการส่งออก นับว่าเป็นธุรกิจอีกแขนงหนึ่งที่มีความสำคัญต่อผู้ประกอบการเองและประเทศชาติ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาสู่ประเทศไทยเราเป็นจำนวนมากในปีหนึ่งๆ และรายได้เหล่านี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ถูกนำมาใช้พัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น
ดังนั้น เพื่อให้ธุรกิจการส่งสินค้าออกของไทยประสบความสำเร็จ และมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มมากขึ้น ผู้ประกอบการที่จะเข้ามาในธุรกิจนี้ จึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ขั้นตอนและกระบวนการปฏิบัติต่างๆ ในการส่งออกสินค้าให้ดีเสียก่อน
เนื่องจากขั้นตอนการส่งออกสินค้า เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบธุรกิจส่งออก จะต้องทำความเข้าใจและศึกษาข้อปฏิบัติให้ถูกต้อง เพื่อให้การประกอบธุรกิจส่งออก เป็นไปอย่างสะดวกและได้รับผลสำเร็จคุ้มค่ากับความตั้งใจการลงทุน
ขั้นตอนการส่งออกประกอบด้วย
1. การจดทะเบียนพาณิชย์
2. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการขอมีเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
3. เสนอขายและรับการสั่งซื้อ
4. การเตรียมสินค้า
5. ติดต่อขนส่ง
6. จัดเตรียมเอกสารเพื่อการส่งออก
7. ติดต่อผ่านพิธีการศุลกากร
• พิธีการตรวจเอกสาร
• พิธีการตรวจสินค้า
8. การส่งมอบสินค้า
9. การเรียกเก็บเงินค่าสินค้า
10. ขอรับสิทธิประโยชน์
เมื่อท่านตั้งใจจะดำเนินธุรกิจการค้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภายในประเทศหรือส่งออกสู่ต่างประเทศ จะต้องสร้างความมั่นใจแก่คู่ค้าของท่าน โดยแสดงวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าท่านจะทำการค้าสินค้าลักษณะใด โดยทำการจดทะเบียนธุรกิจ ซึ่งมีการจดได้หลายลักษณะ ได้แก่
1. กิจการร้านค้าเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนสามัญ
2. นิติบุคคล แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
2.1 บริษัทจำกัด
2.2 ห้างหุ้นส่วน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
2.2.1 ห้างหุ้นส่วนจำกัด
2.2.2 ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
สำหรับสถานที่จดทะเบียน คือ
1. กรุงเทพมหานคร
1.1 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 1 (มหาราช)
โทร. 0-2622-0569 ถึง 70
1.2 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 2 (ถ.พระราม 6)
โทร. 0-2618-3340 ถึง 41 และ 45
1.3 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 3 (รัชดาภิเษก)
โทร. 0-2276-7266
1.4 สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 4 (สีลม)
โทร. ...
Full story
- Tuesday, July 20, 2010, 21:26
- Uncategorized
อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออกยอมรับว่าเป็นห่วงผลกระทบจากปัญหาหนี้ท่วมและกำลังซื้อที่ลดลงในยุโรป โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยอาจมีข้อจำกัดในการส่งออก จึงแนะนำให้ซื้อขายในสกุลเหรียญสหรัฐฯ แทนสกุลยูโร
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เผยว่า ค่าเงินที่น่าเป็นห่วงในปีนี้ คือค่าเงินยูโรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปที่ลุกลามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทส่งออกส่วนใหญ่ที่ส่งสินค้าไปยังสหภาพยุโรปต่างปรับตัวโดยใช้เงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ ซื้อขายสินค้าแทนเงินยูโร ซึ่งขณะนี้ วิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปได้เริ่มส่งสัญญาณต่อกำลังซื้อที่เริ่มหดตัวลง และมีการต่อรองราคาสินค้ามากขึ้น ทำให้ผู้ส่งออกได้ปรับรูปแบบสินค้าให้อยู่ในระดับกลางแทนสินค้าระดับสูงมากขึ้น
“ขณะนี้ทางกรมส่งเสริมการส่งออก กำลังจัดทำรายละเอียดเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบ หลังนายกรัฐมนตรีคาดหวังเป้าหมายการส่งออกปีนี้โต 18% สูงกว่าเป้าหมายกระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ 14% ยอมรับว่าเป็นห่วงการส่งออกไปตลาดยุโรป เพราะอาจมีผลกระทบจากปัญหาหนี้ท่วมและกำลังซื้อที่ลดลงในยุโรป โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจมีข้อจำกัดในการส่งออก จึงแนะนำให้ซื้อขายในสกุลเหรียญสหรัฐฯ แทนสกุลยูโร แต่จากการหารือภาคเอกชนยังยืนยันว่าการส่งออกยังปกติ ยังคงสัดส่วนการขยายตัวในยุโรป 10% และคงสัดส่วนการส่งออก 10-11% ของการส่งออกรวม โดยตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจะเน้นการเพิ่มกิจกรรมและการส่งเสริมตลาดส่งออกในภูมิภาคอื่นแทน เช่น อาเซียน แอฟริกา โดยร่วมมือสมาคมต่างๆ มากขึ้น” นางศรีรัตน์ กล่าว
Full story
- Tuesday, July 20, 2010, 21:20
- Uncategorized
พาณิชย์เร่งผลักดันกม.โลจิสติกส์เข้าครม.ภายในกค.นี้ ชี้จำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพ เชื่อมโยงระบบขนส่งรับเปิดการค้าเสรี กรมส่งออกฯหนุนเอสเอ็มอีเข้าร่วม เชื่อลดการสูญเสียพลังงาน-งบประมาณ
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการดูงาน “โลจิสติกส์การค้าสัญจร เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจไทย” ที่จ.นครสวรรค์ และอยุธยา พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย สมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทยว่า กระทรวงพาณิชย์จะเร่งผลักดันร่างพ.ร.บส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ เพื่อพัฒนาศักยภาพการแข่งขันธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ของไทยรองรับการเปิดเสรีทางการค้า โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ให้เห็นชอบภายในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อทันเข้าสู่การพิจารณาสภาผู้แทนราษฎรที่มีสมัยประชุมสิงหาคม- พฤศจิกายนนี้
สาระสำคัญจะสนับสนุนให้ธุรกิจโลจิสติกส์ทุกประเภท เช่น การจัดการส่งสินค้า การขนส่ง การรวบรวม การกระจายสินค้าหรือบริการ และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องโดยจะมีคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณา
“จำเป็นที่ไทยจะต้องเร่งปรับตัว เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ เพราธุรกิจโลจิสติกส์มีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะหลังการเปิดเสรีทางการค้าจะมีการแข่งขันกับต่างชาติมากขึ้น”นายอลงกรณ์กล่าวและว่า การดูงานในครั้งนี้ เห็นว่า จังหวัดนครสวรรค์และอยุธยาเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์การกระจายสินค้าที่มีศักยภาพ โดยมีแนวคิดที่จะพัฒนาแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน แม่กลอง ให้มีศักยภาพด้านโลจิสติกส์เหมือนกันแม่น้ำป่าสัก ที่มีเครือเจริญโภคภัณฑ์เปิดท่าเรืออยุธยา พอร์ทและไอซีดี ในเนื้อที่ 700 ไร่ในอยุธยา และในจ.นครสวรรค์ ดำเนินการศูนย์ขนส่งและโลจิสติกส์ต่อเนื่องหลายรูปแบบ(ไอเอ็มเอช)ที่ท่าข้าวกำนันทรง ในเนื้อที่ 300 ไร่
นางมาลี โชคล้ำเลิศ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า ภาครัฐและเอกชนพยายามเสาะหารูปแบบโลจิสติกส์ที่เหมาะสมกับองค์กร-ประเภทธุรกิจ เพื่อสนับสนุนและพัฒนาระบบงานให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้ต่ำที่สุด จากที่อยู่ระดับ 18% ไม่แต่เฉพาะองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น ต้องจูงใจให้ธุรกิจขนาดกลางและย่อม(เอสเอ็มอี)ที่มีหลายกลุ่มสินค้าและรายแสนรายเข้าร่วมด้วย เพื่อลดการสูญเสียพลังงาน มลพิษ ฝุ่น ...
Full story
- Tuesday, July 20, 2010, 21:14
- Uncategorized
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย ระหว่างวันที่ 14-18 กรกฎาคม ว่า ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ มีการเจรจาตกลงซื้อขายสินค้าในหลายกลุ่ม ทำให้กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่าจะส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างกันในปีนี้เพิ่มขึ้น เกินกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยจะมีการปรับเป้าหมายตัวเลขการส่งออกไปยังรัสเซียใหม่ จากเดิมขยายตัวร้อยละ 18 เป็นร้อยละ 25 ส่งผลทำให้ตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยมายังรัสเซียเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็น 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเจรจากับรัสเซีย ภายใต้กรอบโควต้านำเข้าไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ซึ่งแต่ละปีรัสเซียเปิดโอกาสให้สินค้าไก่สดเข้าประเทศได้ปีละหลายแสนตัน ประเทศไทยหากได้รับโควต้าจะเสียภาษีภายใต้โควต้าเพียงร้อยละ 18.7 จากนอกโควต้าที่ต้องเสียภาษีสูงถึงร้อยละ 60 ถือเป็นแต้มต่อให้กับสินค้าไทย
โดยวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ กระทรวงพาณิชย์จะประกาศตัวเลขการส่งออกในช่วงเดือนมิถุนายน และช่วงครึ่งปีแรก โดยจะมีการแถลงปรับเป้าหมายใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งมั่นใจว่าภาพรวมการส่งออกในปีนี้จะมีอัตราการขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 18 หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 180,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
Full story
- Tuesday, July 20, 2010, 21:06
- Uncategorized
แบงก์ชาติระบุทุนต่างชาติเริ่มทยอยไหลกลับเข้าไทยกว่า 3 พันล้านบาท หลังไหลออก 2-3 หมื่นล้านบาทในช่วงวิกฤติการเมือง เหตุเศรษฐกิจในสหรัฐ ยุโรปยังประสบปัญหาความไม่แน่นอน ส่งผลให้ต่างชาติหันมาลงทุนในเอเชียมากขึ้น
นางสาววงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนพฤษภาคม 2553 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดวิกฤติการเมือง ทำให้เงินลงทุนจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ไหลออกไปจนติดลบประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท ส่วนขณะนี้พบว่า เริ่มมีเงินทุนต่างชาติทยอยไหลกลับเข้ามาแล้ว แต่มีไม่มากนัก คือ ประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐหรือราว 3 พันล้านบาท
โดยมองว่า เงินลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าและออกช่วงนี้ ยังไม่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากปัจจัยในแต่ละภูมิภาคไม่อยู่ในทิศทางเดียวกัน เช่น ปัญหาที่เกิดขึ้นในยุโรป โดย 2- 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มดีขึ้น ประเทศที่เคยออกธนบัตร ก็กลับมาออกพันธบัตรได้ดีพอสมควรแล้ว แต่เมื่อเร็วๆนี้กลับมีข่าวเรื่องกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)ชะลอการเบิกถอนเงินช่วยเหลือ ทำให้นักลงทุนไม่สามารถประเมินทิศทางการลงทุนได้
"ปัญหาในยุโรปยังมีความไม่แน่นอน ยังต้องใช้เวลาปรับตัว ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐที่เคยคิดว่าจะเติบโตได้ดี แต่ล่าสุดตัวเลขเศรษฐกิจยังออกมาไม่ดีเท่าที่คาด โดยเฉพาะอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับสูง ทำให้คนหนีการลงทุนจากสหรัฐไปประเทศกลุ่มเอเชียมากขึ้น"
นางสาววงษ์วธูกล่าวว่า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และค่าเงินยูโรเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐก็ปรับแข็งค่าขึ้นเช่นกัน ขณะที่ค่าเงินบาทก็แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยอย่างไรก็ตามหากเทียบกับในภูมิภาค ถือว่าค่าเงินบาทยังอยู่ในกรอบแคบ โดยมีค่าความผันผวนไม่มากประมาณ 2-3% ขณะที่ประเทศอื่นๆในภูมิภาคผันผวน 5-6% อย่างไรก็ตามยังไม่พบสัญณาณการเก็งกำไร
"ส่วนกรณีที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ได้มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ก็มีผลต่อค่าเงินบาทไม่มากนัก เนื่องจากเป็นเรื่องที่ตลาดคาดการณ์ไว้แล้ว"นางสาววงษ์วธูกล่าว
Full story