<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>eThaiTrade</title>
	<atom:link href="http://www.ethaitrade.com/blog/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.ethaitrade.com/blog</link>
	<description>แหล่งรวบรวมบทความ นำเข้า ส่งออก เพื่อผู้ประกอบการไทย</description>
	<lastBuildDate>Wed, 14 Sep 2011 15:45:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ปริมาณข้าวไทยที่ส่งออกไปต่างประเทศ ประจำวันที่ 17 ส.ค. 2554</title>
		<link>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-3/</link>
		<comments>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Aug 2011 11:44:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Export Guildlines]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการค้าต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวส่งออกจังหวัดชายแดน]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวหอมมะลิ]]></category>
		<category><![CDATA[ความต้องการข้าวเพื่อการส่งมอบ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายรับจานาข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณข้าวหอมมะลิ]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณข้าวไทยที่ส่งออกไปต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ethaitrade.com/blog/?p=2594</guid>
		<description><![CDATA[ปริมาณข้าวไทยที่ส่งออกไปต่างประเทศ ประจำวันที่ 17 ส.ค. 2554 ข้าวสาร ราคาข้าวโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการข้าวเพื่อการส่งมอบมีปริมาณเพิ่มขึ้น ประกอบกับ นโยบายรับจานาข้าวของภาครัฐที่ชัดเจน จะส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นอีก จึงแข่งขันกันเสนอราคารับซื้อสูงขึ้น เพื่อเร่งส่งมอบให้ทันตามกาหนด หน่วย: เมตริก ตัน 1-16 ส.ค.53 1 ม.ค.-16 ส.ค.53 1-16 ส.ค.54 1 ม.ค.-16 ส.ค.54 ข้าวรัฐบาล - - - 267,870.00 ข้าวเอกชน 178,911.88 3,594,213.35 301,492.01 5,978,905.47 รวม 178,911.88 3,594,213.35 301,492.01 6,246,775.47 หมายเหตุ: เฉพาะที่ผ่านการตรวจของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (ไม่รวมปริมาณข้าวหอมมะลิและข้าวส่งออกจังหวัดชายแดน) 1-15 ส.ค.53 1 ม.ค.-15 ส.ค. 53 1-15 ส.ค.54 1 ม.ค.-15 ส.ค.54 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre>ปริมาณข้าวไทยที่ส่งออกไปต่างประเทศ ประจำวันที่ 17 ส.ค. 2554

ข้าวสาร  ราคาข้าวโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการข้าวเพื่อการส่งมอบมีปริมาณเพิ่มขึ้น ประกอบกับ

นโยบายรับจานาข้าวของภาครัฐที่ชัดเจน จะส่งผลให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นอีก จึงแข่งขันกันเสนอราคารับซื้อสูงขึ้น เพื่อเร่งส่งมอบให้ทันตามกาหนด
หน่วย: เมตริก ตัน
1-16 ส.ค.53    1 ม.ค.-16 ส.ค.53    1-16 ส.ค.54    1 ม.ค.-16 ส.ค.54

ข้าวรัฐบาล                 -                   -              -          267,870.00

ข้าวเอกชน        178,911.88        3,594,213.35     301,492.01        5,978,905.47

รวม             178,911.88        3,594,213.35     301,492.01        6,246,775.47

หมายเหตุ: เฉพาะที่ผ่านการตรวจของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (ไม่รวมปริมาณข้าวหอมมะลิและข้าวส่งออกจังหวัดชายแดน)

1-15 ส.ค.53   1 ม.ค.-15 ส.ค. 53    1-15 ส.ค.54    1 ม.ค.-15 ส.ค.54

ข้าวรัฐบาล                 -                   -              -          265,870.00

ข้าวเอกชน        231,597.00        4,938,935.00     415,328.00        7,482,375.00

รวม             231,597.00        4,938,935.00     415,328.00        7,748,245.00

หมายเหตุ: ข้อมูลเบื้องต้นจากกรมการค้าต่างประเทศ (รวมปริมาณข้าวหอมมะลิและข้าวส่งออกจังหวัดชายแดน)ส่งมอบให้ทันตามกาหนด
หน่วย: เมตริก ตัน
1-16 ส.ค.53    1 ม.ค.-16 ส.ค.53    1-16 ส.ค.54    1 ม.ค.-16 ส.ค.54

ข้าวรัฐบาล                 -                   -              -          267,870.00

ข้าวเอกชน        178,911.88        3,594,213.35     301,492.01        5,978,905.47

รวม             178,911.88        3,594,213.35     301,492.01        6,246,775.47

หมายเหตุ: เฉพาะที่ผ่านการตรวจของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (ไม่รวมปริมาณข้าวหอมมะลิและข้าวส่งออกจังหวัดชายแดน)

1-15 ส.ค.53   1 ม.ค.-15 ส.ค. 53    1-15 ส.ค.54    1 ม.ค.-15 ส.ค.54

ข้าวรัฐบาล                 -                   -              -          265,870.00

ข้าวเอกชน        231,597.00        4,938,935.00     415,328.00        7,482,375.00

รวม             231,597.00        4,938,935.00     415,328.00        7,748,245.00

หมายเหตุ: ข้อมูลเบื้องต้นจากกรมการค้าต่างประเทศ (รวมปริมาณข้าวหอมมะลิและข้าวส่งออกจังหวัดชายแดน)</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“รัฐบาลปู” มุ่งกระตุ้นรายได้ ลดค่าใช้จ่าย ไม่พึ่งพาส่งออก</title>
		<link>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e2%80%9c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e2%80%9d-%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e2%80%9c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e2%80%9d-%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Aug 2011 11:39:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Export Guildlines]]></category>
		<category><![CDATA[000 บาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรง 300]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการบริหารเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[มุ่งกระตุ้นรายได้]]></category>
		<category><![CDATA[ยิ่งลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดรายจ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเดือน 1.5 หมื่น]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี 15]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจโลกผันผวน]]></category>
		<category><![CDATA[แนวทางการบริหารเงินเฟ้อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ethaitrade.com/blog/?p=2590</guid>
		<description><![CDATA[“ยิ่งลักษณ์” เผยรัฐบาลเน้นเศรษฐกิจในประเทศ มุ่งกระตุ้นรายได้ ลดรายจ่าย ไม่พึ่งพาส่งออก เหตุเศรษฐกิจโลกผันผวน ย้ำค่าแรง 300 เงินเดือน 1.5 หมื่นบาทดำเนินการทันที น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงเศรษฐกิจมหภาคปีแรกของการเป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยว่า ในรื่องของตัวเลขทั้งหมดที่แน่นอน จะมีการชี้แจงในขั้นตอนการจัดทำงบประมาณ วันนี้เป็นเพียงการหารือถึงการทำนโยบายเพื่อให้ ครม.อนุมัติเห็นชอบในหลักการเท่านั้น ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว จึงจะมีการชี้แจงในเรื่องของตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายการบริหารเศรษฐกิจที่สำคัญ 1-3 ข้อแรกมีอะไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เรามองภาพรวมจากเศรษฐกิจในต่างประเทศที่มีความผันผวน ดังนั้น เราจะพึ่งในเรื่องของการส่งออกอย่างเดียวไม่ได้ เราเองต้องหันมาเน้นในเรื่องของเศรษฐกิจระดับประเทศมากขึ้น คือ เรื่องการกระตุ้นรายได้ และลดรายจ่ายในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะเน้นในเรื่องนี้ ส่วนแนวทางการบริหารเงินเฟ้อจะทำอย่างไรบ้างนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า จะมีการชี้แจงภาพรวมทั้งหมดต่อไป ซึ่งในส่วนของเงินเฟ้อมีหลายอย่างที่รัฐบาลจะทำ และไม่อยากให้มองที่เงินเฟ้ออย่างเดียว แต่ต้องมองเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมด้วย เมื่อถามว่าการเสนอนโยบายต่อสภาครั้งนี้ จะแตกต่างจากที่ผ่านๆ มาอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน โดยจะแบ่งเป็นภาคๆ ทั้งในเรื่องของนโยบายเร่งด่วน นโยบายด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีการชี้แจงในช่วงการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผู้สื่อข่าวถามว่าค่าแรงขั้นต่ำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre>
“ยิ่งลักษณ์” เผยรัฐบาลเน้นเศรษฐกิจในประเทศ มุ่งกระตุ้นรายได้ ลดรายจ่าย ไม่พึ่งพาส่งออก เหตุเศรษฐกิจโลกผันผวน ย้ำค่าแรง 300 เงินเดือน 1.5 หมื่นบาทดำเนินการทันที

 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงเศรษฐกิจมหภาคปีแรกของการเป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยว่า ในรื่องของตัวเลขทั้งหมดที่แน่นอน จะมีการชี้แจงในขั้นตอนการจัดทำงบประมาณ วันนี้เป็นเพียงการหารือถึงการทำนโยบายเพื่อให้ ครม.อนุมัติเห็นชอบในหลักการเท่านั้น ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว จึงจะมีการชี้แจงในเรื่องของตัวเลขอีกครั้งหนึ่ง

       ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายการบริหารเศรษฐกิจที่สำคัญ 1-3 ข้อแรกมีอะไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เรามองภาพรวมจากเศรษฐกิจในต่างประเทศที่มีความผันผวน ดังนั้น เราจะพึ่งในเรื่องของการส่งออกอย่างเดียวไม่ได้ เราเองต้องหันมาเน้นในเรื่องของเศรษฐกิจระดับประเทศมากขึ้น คือ เรื่องการกระตุ้นรายได้ และลดรายจ่ายในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะเน้นในเรื่องนี้

       ส่วนแนวทางการบริหารเงินเฟ้อจะทำอย่างไรบ้างนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า จะมีการชี้แจงภาพรวมทั้งหมดต่อไป ซึ่งในส่วนของเงินเฟ้อมีหลายอย่างที่รัฐบาลจะทำ และไม่อยากให้มองที่เงินเฟ้ออย่างเดียว แต่ต้องมองเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมด้วย เมื่อถามว่าการเสนอนโยบายต่อสภาครั้งนี้ จะแตกต่างจากที่ผ่านๆ มาอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน โดยจะแบ่งเป็นภาคๆ ทั้งในเรื่องของนโยบายเร่งด่วน นโยบายด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีการชี้แจงในช่วงการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

       ผู้สื่อข่าวถามว่าค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และเพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาทจะบรรจุอยู่ในนโยบายเร่งด่วนที่ต้องทำทันทีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะหารือทันทีก่อนนำไปกำหนดเป็นแผนงานต่อไป</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e2%80%9c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e2%80%9d-%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ส่งออกเฟอร์นิเจอร์อืด</title>
		<link>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Aug 2011 11:38:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Export Guildlines]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตเฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งออกเฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[งานนิทรรศการเฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจติดดิน]]></category>
		<category><![CDATA[แสดงสินค้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ethaitrade.com/blog/?p=2591</guid>
		<description><![CDATA[เศรษฐกิจติดดิน บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด การส่งออกเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนในปีི มีทิศทางการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากปีก่อนหน้า คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 1,140-1,160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัวประมาณ 3-5% (YoY) ทั้งนี้ การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ตลาดส่งออกหลัก เช่น สหรัฐ และยุโรป ยังคงเผชิญกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของคนในสหรัฐ และยุโรป และอาจกระทบต่อมูลค่าการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของไทย ภาวะการแข่งขันในตลาดส่งออกที่ค่อนข้างรุนแรง จากประเทศจีน และเวียดนาม ที่มีความได้เปรียบทั้งทางด้านวัตถุดิบในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ และค่าจ้างแรงงานต่ำ ที่ดึงดูดให้บริษัทต่างชาติเข้าไปลงทุน เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตเฟอร์นิเจอร์เพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศของบริษัทแม่ รวมทั้งเป็นฐานการผลิตเพื่อขยายการส่งออก แม้ว่าการส่งออกจะเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัย แต่คาดว่าการส่งออกในปีི ยังคงสามารถขยายตัวได้ เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์ของไทย โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ไม้ เป็นสินค้าซึ่งเป็นที่ยอมรับทางด้านคุณภาพ และความประณีตในตลาดโลก สำหรับตลาดส่งออกสำคัญที่ไทยยังมีโอกาสขยายการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ ญี่ปุ่น และอินเดีย เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังอยู่ระหว่างช่วงฟื้นตัวจากเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ ส่วนอินเดียแม้ว่ามูลค่าการ ส่งออกจะยังไม่สูงมาก แต่เป็นตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์ ที่มีศักยภาพสูง นอกจากนี้ ประเด็นที่ผู้ประกอบการควรติดตาม คือ ความชัดเจนและเงื่อนไขของการดำเนินนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งหากมีการปรับเพิ่มค่าจ้างอาจส่งผลกับราคาเฟอร์นิเจอร์ และความสามารถในการแข่งขันในการส่งออกของผู้ประกอบการในอนาคต เนื่องจากต้นทุนค่าแรงมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 20-25% [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre>เศรษฐกิจติดดิน
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

การส่งออกเฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนในปีི มีทิศทางการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากปีก่อนหน้า คาดว่ามีมูลค่าประมาณ 1,140-1,160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัวประมาณ 3-5% (YoY) 

ทั้งนี้ การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ตลาดส่งออกหลัก เช่น สหรัฐ และยุโรป ยังคงเผชิญกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของคนในสหรัฐ และยุโรป และอาจกระทบต่อมูลค่าการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของไทย	

ภาวะการแข่งขันในตลาดส่งออกที่ค่อนข้างรุนแรง จากประเทศจีน และเวียดนาม ที่มีความได้เปรียบทั้งทางด้านวัตถุดิบในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ และค่าจ้างแรงงานต่ำ ที่ดึงดูดให้บริษัทต่างชาติเข้าไปลงทุน เพื่อใช้เป็นฐานการผลิตเฟอร์นิเจอร์เพื่อตอบสนองความต้องการในประเทศของบริษัทแม่ รวมทั้งเป็นฐานการผลิตเพื่อขยายการส่งออก 

แม้ว่าการส่งออกจะเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัย แต่คาดว่าการส่งออกในปีི ยังคงสามารถขยายตัวได้ เนื่องจากเฟอร์นิเจอร์ของไทย โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ไม้ เป็นสินค้าซึ่งเป็นที่ยอมรับทางด้านคุณภาพ และความประณีตในตลาดโลก 

สำหรับตลาดส่งออกสำคัญที่ไทยยังมีโอกาสขยายการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ในช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ ญี่ปุ่น และอินเดีย เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังอยู่ระหว่างช่วงฟื้นตัวจากเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ ส่วนอินเดียแม้ว่ามูลค่าการ ส่งออกจะยังไม่สูงมาก แต่เป็นตลาดส่งออกเฟอร์นิเจอร์ ที่มีศักยภาพสูง

นอกจากนี้ ประเด็นที่ผู้ประกอบการควรติดตาม คือ ความชัดเจนและเงื่อนไขของการดำเนินนโยบายการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งหากมีการปรับเพิ่มค่าจ้างอาจส่งผลกับราคาเฟอร์นิเจอร์ และความสามารถในการแข่งขันในการส่งออกของผู้ประกอบการในอนาคต เนื่องจากต้นทุนค่าแรงมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 20-25% ของต้นทุนการผลิตเฟอร์นิเจอร์ 

ดังนั้น ผู้ประกอบการควรเตรียมหามาตรการรองรับเพื่อลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ยกระดับคุณภาพและการผลิตสินค้า ควบคู่กับพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้น มีความชำนาญในการผลิตมากขึ้น เพิ่มลดอัตราการสูญเสียในการผลิตลง

นอกจากนี้ ช่องทางการจำหน่ายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ สำหรับผู้ประกอบการที่เริ่มต้นขยายตลาด และเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ควรใช้โอกาสในการเข้าร่วมแสดงสินค้าในงานนิทรรศการเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9f%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พิษนกเตนทำกล้วยไข่-มะละกอส่งออกเน่ายกสวน</title>
		<link>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Aug 2011 11:36:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Export Guildlines]]></category>
		<category><![CDATA[กล้วยไข่พันธุ์ดี]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศแคนนาดา]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกมะละกอ]]></category>
		<category><![CDATA[ผลผลิตส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่เพาะปลูกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกประเทศแถบทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ethaitrade.com/blog/?p=2586</guid>
		<description><![CDATA[นายเณร กิ่งต้น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านหนองแม่ล่าง ต.ยกกระบัตร อ.สามเงา จ.ตาก เปิดเผยว่า ราษฎรในหมู่บ้านส่วนใหญ่อาศัยติดกับแม่น้ำวัง ทำพื้นที่การเกษตรเพาะปลูกมะละกอ และกล้วยไข่พันธุ์ดี เตรียมส่งออกประเทศแถบทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย ซึ่งเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว หลังพายุนกเตนได้ทำแม่น้ำวังล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายทั้งหมดกว่า 3,000 ไร่ เกษตรกรแทบสิ้นเนื้อประดาตัว มีหนี้สินจากการกู้ยืมเงินนอกระบบ และธนาคารพาณิชย์ ครอบครัวหลายแสนบาทแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีผลผลิตส่วนหนึ่งออกท้องตลาดไปแล้วรุ่นหนึ่ง แต่ก็ยังไม่พอผลัดผ่อนหนี้สินจากการลงทุนในระยะยาวได้ โดยความหวังในขณะนี้อยากจะให้รัฐบาลหาทางเยียวยาช่วยเหลือให้เกษตรกรโดยจัดให้มีการพักชำระหนี้สินเกษตรกรในระยะยาว 3-5 ปี พอให้เกษตกรได้ลืมตาอ้าปาก ตั้งเนื้อตั้งตัวได้ แล้วค่อยชำระหนี้สินจากการกู้เงินมาลงทุนทำการเกษตร รวมถึงการแก้ไขปัญหาระบบการชลประทานโดยคำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ท้ายน้ำเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ได้สำรวจพื้นที่ความเสียหายทั้งหมด เตรียมส่งให้ทางจังหวัดพิจารณาขอรับความช่วยเหลือแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ.สามเงา เป็นพื้นที่เพาะปลูกกล้วยไข่สายพันธุ์ดี รสชาติอร่อย มานานแล้ว มีฐานกำลังผลิตกว่า 38,000 ไร่ ส่งออกมากที่สุดในประเทศแคนนาดา อเมริกา และสิงคโปร์ ต่อมาจึงมีขยายพื้นที่เพาะปลูกมะละกอสายพันธุ์เรดเลดี้ และฮอลแลนด์ มีผลผลิตส่งออกในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ทำให้เกษตรกรเลือกตัดสินใจลดพื้นที่เพาะปลูกข้าว หันมาเพาะปลูกผลไม้ดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีราคาซื้อขายดีกว่าหลายเท่า หวังว่าจะทำให้มีฐานะชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่ก็ต้องมาถูกน้ำท่วมเสียหายจากพายุ “นกเตน” ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre>นายเณร กิ่งต้น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านหนองแม่ล่าง ต.ยกกระบัตร อ.สามเงา จ.ตาก เปิดเผยว่า ราษฎรในหมู่บ้านส่วนใหญ่อาศัยติดกับแม่น้ำวัง ทำพื้นที่การเกษตรเพาะปลูกมะละกอ และกล้วยไข่พันธุ์ดี เตรียมส่งออกประเทศแถบทวีปยุโรป อเมริกา และเอเชีย ซึ่งเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว หลังพายุนกเตนได้ทำแม่น้ำวังล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายทั้งหมดกว่า 3,000 ไร่ เกษตรกรแทบสิ้นเนื้อประดาตัว มีหนี้สินจากการกู้ยืมเงินนอกระบบ และธนาคารพาณิชย์ ครอบครัวหลายแสนบาทแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีผลผลิตส่วนหนึ่งออกท้องตลาดไปแล้วรุ่นหนึ่ง แต่ก็ยังไม่พอผลัดผ่อนหนี้สินจากการลงทุนในระยะยาวได้
โดยความหวังในขณะนี้อยากจะให้รัฐบาลหาทางเยียวยาช่วยเหลือให้เกษตรกรโดยจัดให้มีการพักชำระหนี้สินเกษตรกรในระยะยาว 3-5 ปี พอให้เกษตกรได้ลืมตาอ้าปาก ตั้งเนื้อตั้งตัวได้ แล้วค่อยชำระหนี้สินจากการกู้เงินมาลงทุนทำการเกษตร รวมถึงการแก้ไขปัญหาระบบการชลประทานโดยคำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ท้ายน้ำเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ได้สำรวจพื้นที่ความเสียหายทั้งหมด เตรียมส่งให้ทางจังหวัดพิจารณาขอรับความช่วยเหลือแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ.สามเงา เป็นพื้นที่เพาะปลูกกล้วยไข่สายพันธุ์ดี รสชาติอร่อย มานานแล้ว มีฐานกำลังผลิตกว่า 38,000 ไร่ ส่งออกมากที่สุดในประเทศแคนนาดา อเมริกา และสิงคโปร์ ต่อมาจึงมีขยายพื้นที่เพาะปลูกมะละกอสายพันธุ์เรดเลดี้ และฮอลแลนด์ มีผลผลิตส่งออกในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ทำให้เกษตรกรเลือกตัดสินใจลดพื้นที่เพาะปลูกข้าว หันมาเพาะปลูกผลไม้ดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีราคาซื้อขายดีกว่าหลายเท่า หวังว่าจะทำให้มีฐานะชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น แต่ก็ต้องมาถูกน้ำท่วมเสียหายจากพายุ “นกเตน” ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด
</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%88-%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธปท.แจงสถานะเงินบาทนิ่ง ยันการแข็งค่าไม่กระทบส่งออกของไทย</title>
		<link>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%97-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%97-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Aug 2011 11:33:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Export Guildlines]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารความเสี่ยงค่าเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[การส่งออกของไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเงินบาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ทองคำ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธปท]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุนต่างชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำเข้าและส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[เงินบาทแข็งค่าขึ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ethaitrade.com/blog/?p=2585</guid>
		<description><![CDATA[ธปท.เผยเงินบาทแข็งค่าขึ้นแค่ 1% นับจากต้นปี ยืนยันเงินบาทอยู่ในช่วงสมดุล ไม่กระทบความสามารถด้านการส่งออกของไทย ระบุ การที่เงินบาทนิ่งในขณะนี้ ไม่ได้แปลว่าต่างชาติไม่สนใจเข้าลงทุนในไทย เพราะตอนนี้ เม็ดเงินลงทุนมีการไหล 2 ด้านทั้งเข้าและออก น.ส.วงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นประมาณร้อยละ 1 เท่านั้น โดยการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงนี้ค่อนข้างสมดุล จึงทำให้ความกังวลเรื่องค่าเงินบาทในช่วงนี้มีไม่มากนัก ซึ่งในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 30.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ปัจจุบันค่าเงินบาทเคลื่อนอยู่ที่ระดับ 29.80-29.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ “ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงกันว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบความสามารถด้านการส่งออกลดลง เราก็จะบอกว่า ความเป็นห่วงเรื่องบาทแข็งในขณะนี้ไม่น่ามีมาก เพราะหากมองไปตั้งแต่กลางปี 2552 จนถึงครึ่งปีนี้ เทียบกับสกุลเงินทั้ง 7-8 สกุลของประเทศที่เราแข่งขันด้วย เช่น เกาหลี สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ค่าเงินเขาแข็งกว่าเรามาก โดยเฉลี่ยแข็งค่าอยู่ที่ร้อยละ 3.5-7.0 ก็ถือว่าค่าเงินบาทเราแทบจะไม่กระทบความสามารถด้านการแข่งขันของผู้ส่งออกเลย เพราะ 7-8 เดือนที่ผ่านมานี้ ค่าเงินบาทเราแข็งค่าเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น” [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre>ธปท.เผยเงินบาทแข็งค่าขึ้นแค่ 1% นับจากต้นปี ยืนยันเงินบาทอยู่ในช่วงสมดุล ไม่กระทบความสามารถด้านการส่งออกของไทย ระบุ การที่เงินบาทนิ่งในขณะนี้ ไม่ได้แปลว่าต่างชาติไม่สนใจเข้าลงทุนในไทย เพราะตอนนี้ เม็ดเงินลงทุนมีการไหล 2 ด้านทั้งเข้าและออก

       น.ส.วงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นประมาณร้อยละ 1 เท่านั้น โดยการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงนี้ค่อนข้างสมดุล จึงทำให้ความกังวลเรื่องค่าเงินบาทในช่วงนี้มีไม่มากนัก ซึ่งในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 30.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ปัจจุบันค่าเงินบาทเคลื่อนอยู่ที่ระดับ 29.80-29.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

       “ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงกันว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบความสามารถด้านการส่งออกลดลง เราก็จะบอกว่า ความเป็นห่วงเรื่องบาทแข็งในขณะนี้ไม่น่ามีมาก เพราะหากมองไปตั้งแต่กลางปี 2552 จนถึงครึ่งปีนี้ เทียบกับสกุลเงินทั้ง 7-8 สกุลของประเทศที่เราแข่งขันด้วย เช่น เกาหลี สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ค่าเงินเขาแข็งกว่าเรามาก โดยเฉลี่ยแข็งค่าอยู่ที่ร้อยละ 3.5-7.0 ก็ถือว่าค่าเงินบาทเราแทบจะไม่กระทบความสามารถด้านการแข่งขันของผู้ส่งออกเลย เพราะ 7-8 เดือนที่ผ่านมานี้ ค่าเงินบาทเราแข็งค่าเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น”

       สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติในวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ในส่วนของตลาดหุ้นค่อนข้างนิ่ง โดยมีการเคลื่อนไหวบวกลบใกล้ศูนย์ หลังจากช่วงสัปดาห์ก่อน นักลงทุนต่างชาติมีการเทขายอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วงที่ผ่านมาคิดว่ามีข่าวต่างๆ ออกมาค่อนข้างมากเกินไป และมีปัจจัยทั้งบวกและลบสับกันไป ทำให้นักลงทุนค่อนข้างรีรอดูสถานการณ์ ส่วนค่าเงินบาทในวันนี้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดย 2-3 วันที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวค่อนข้างแคบ ถ้าเทียบกับสกุลเงินอื่นที่มีการเคลื่อนไหวผันผวนมากกว่า ซึ่งเป็นไปตามตลาดต่างประเทศ

       “หากเทียบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทกับสกุลเงินอื่นๆ ค่าเงินบาทในช่วง 2-3 วันมานี้ เคลื่อนไหวค่อนข้างแคบ ขณะที่สกุลอื่นค่อนข้างผันผวนและรุนแรงกว่า เนื่องจากตลาดในประเทศก็มีความต้องการซื้อและขายเงินดอลลาร์สหรัฐที่ค่อนข้างสมดุล เช่น พวกซื้อทองคำ ถ้าทองคำแพงก็จะเร่งส่งออกทองไป แต่ถ้าช่วงใดทองคำถูกเขาก็รีบซื้อ นอกจากนี้ผู้นำเข้าและส่งออกก็มีทั้งซื้อและขาย และป้องกันความเสี่ยง ทำให้ตลาดมีทั้ง 2 ทิศทาง และมีความผันผวนต่ำ ซึ่งแตกต่างจากตลาดในต่างประเทศ”

       อย่างไรก็ตาม การที่ค่าเงินบาทนิ่งในขณะนี้ ไม่ได้แปลว่านักลงทุนต่างชาติไม่ได้สนใจเข้ามาลงทุนในไทย แต่เป็นเพราะการไหลของเงินทุนมีทั้ง 2 ทิศทางมากขึ้น คือมีทั้งเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามา และมีนักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่ตลาดในประเทศก็มีความต้องการซื้อและขายดอลลาร์สหรัฐมากขึ้น ดังนั้นในระยะต่อไป ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องการเสียเปรียบด้านความสามารถด้านการแข่งขันของผู้ส่งออก ขณะที่ธุรกิจใหญ่ของไทยก็มีการปรับตัวได้ดี และมีการบริหารความเสี่ยงค่าเงินล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%98%e0%b8%9b%e0%b8%97-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เวียดนามเฮต่อ นโยบายข้าวไทย ดันส่งออก 7.5 ล้านตันทำสถิติใหม่</title>
		<link>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Aug 2011 11:12:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[REUTERS]]></category>
		<category><![CDATA[VietFood]]></category>
		<category><![CDATA[Vietnam Food Association]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวกำลังออกรวงสีทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวเวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณข้าวสำรอง]]></category>
		<category><![CDATA[ปริมาณส่งออกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมอาหารเวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าส่งออกข้าวของเวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[เวียดนาม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ethaitrade.com/blog/?p=2582</guid>
		<description><![CDATA[ภาพวันที่ 8 มิ.ย.2554 ข้าวกำลังออกรวงสีทองในท้องนาที่เขียวขจีนอกหมู่บ้านชานกรุงฮานอย ขณะที่ชาวนาออกแรงอย่างเปี่ยมสุขและเต็มไปด้วยความหวัง รัฐบาลให้หลักประกันจะได้กำไร 30%-40% ขึ้นอยู่กับชนิดกับคุณภาพของข้าวที่ผลิต และปีนี้ส่งออกได้มากขึ้น ข้าวขายได้ราคาสูงขึ้น ต้องขอขอบคุณนโยบายข้าวของรัฐบาลไทยที่ทำให้ข้าวเวียดนามขายดิบขยายดีในตลาดโลก คาดว่าจะขายได้ถึง 7.5 ล้านตัน เป็นสถิติใหม่. -- REUTERS/Kham. ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- จากเป้าเดิม 7 ล้านตัน บัดนี้ผู้ค้าเชื่อว่าปริมาณส่งออกจนถึงสิ้นปีน่าจะถึง 7.5 ล้านตันเป็นอย่างน้อย อันเป็นตัวเลขสถิติใหม่ในรอบกว่า 10 ปี ทั้งนี้เป็นอานิสงส์ที่ได้รับจากนโยบายข้าวแพงของรัฐบาลไทยล้วนๆ ตามรายงานของสมาคมอาหารเวียดนาม (Vietnam Food Association) หรือ VietFood คาดว่า ปีนี้ทั่วประเทศจะผลิตข้าวเปลือกได้ทั้งหมด 41.017 ล้านตันเพิ่มขึ้น 2.6% จากปีที่แล้ว นายเหวียนจี๊หง็อก (Nguyen Tri Ngoc) อธิบดีกรมกสิกรรม กระทรวงเกษตรและพัฒนานบทกล่าวว่า ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจะเป็นหลักประกันความมั่นคงด้านเสบียงอาหารสำหรับการบริโภคในประเทศ และทำให้เป้าส่งออกกว่า 7 ล้านตันเป็นจริง หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋กล่าว ปีที่แล้วเวียดนามส่งออกข้าวรวม 6.5 ล้านตัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre>
<a href="http://www.ethaitrade.com/blog/wp-content/uploads/2011/08/554000010885101.jpeg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2583" title="รวงสีทองในท้องนาที่กรุงฮานอย" src="http://www.ethaitrade.com/blog/wp-content/uploads/2011/08/554000010885101-300x176.jpg" alt="" width="300" height="176" /></a>
</pre>
<pre>ภาพวันที่ 8 มิ.ย.2554 ข้าวกำลังออกรวงสีทองในท้องนาที่เขียวขจีนอกหมู่บ้านชานกรุงฮานอย ขณะที่ชาวนาออกแรงอย่างเปี่ยมสุขและเต็มไปด้วยความหวัง รัฐบาลให้หลักประกันจะได้กำไร 30%-40% ขึ้นอยู่กับชนิดกับคุณภาพของข้าวที่ผลิต และปีนี้ส่งออกได้มากขึ้น ข้าวขายได้ราคาสูงขึ้น ต้องขอขอบคุณนโยบายข้าวของรัฐบาลไทยที่ทำให้ข้าวเวียดนามขายดิบขยายดีในตลาดโลก คาดว่าจะขายได้ถึง 7.5 ล้านตัน เป็นสถิติใหม่. -- REUTERS/Kham.

ASTVผู้จัดการออนไลน์ -- จากเป้าเดิม 7 ล้านตัน บัดนี้ผู้ค้าเชื่อว่าปริมาณส่งออกจนถึงสิ้นปีน่าจะถึง 7.5 ล้านตันเป็นอย่างน้อย อันเป็นตัวเลขสถิติใหม่ในรอบกว่า 10 ปี ทั้งนี้เป็นอานิสงส์ที่ได้รับจากนโยบายข้าวแพงของรัฐบาลไทยล้วนๆ 

       ตามรายงานของสมาคมอาหารเวียดนาม (Vietnam Food Association) หรือ VietFood คาดว่า ปีนี้ทั่วประเทศจะผลิตข้าวเปลือกได้ทั้งหมด 41.017 ล้านตันเพิ่มขึ้น 2.6% จากปีที่แล้ว

       นายเหวียนจี๊หง็อก (Nguyen Tri Ngoc) อธิบดีกรมกสิกรรม กระทรวงเกษตรและพัฒนานบทกล่าวว่า ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจะเป็นหลักประกันความมั่นคงด้านเสบียงอาหารสำหรับการบริโภคในประเทศ และทำให้เป้าส่งออกกว่า 7 ล้านตันเป็นจริง หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋กล่าว

       ปีที่แล้วเวียดนามส่งออกข้าวรวม 6.5 ล้านตัน เป็นสถิติใหม่ ทั้งด้านปริมาณและมูลค่า สถานการณ์ใหม่ในปีนี้ยิ่งเป็นใจ ลูกค้าในย่านเอเชียเกือบทั้งหมดได้หันไปซื้อข้าวเวียดนามด้วยความวิตก ว่า ราคาตลาดโลกจะสูงขึ้น หลังจากรัฐบาลใหม่ของไทยประกาศนโยบายประกันราคารับซื้อข้าวจากชาวนา 15,000 บาทต่อตัน (เกวียน)

       เวียดนามพิจารณาปรับเป้าส่งออกทุกไตรมาส หลังสำรวจปริมาณข้าวสำรองที่เพิ่มขึ้น หรือลดลงตามปริมาณส่งออกและตามฤดูการผลิตที่การทำนาดำเนินไปตลอดทั้งปี ทั้งในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำแดงในภาคเหนือและที่ราบปากแม่น้ำโขงทางใต้

       เชื่อกันว่า VietFood กำลังจะเพิ่มเป้าส่งออกขึ้นเป็น 7.5 ล้านตันในเดือนหน้านี้

       การเพิ่มผลิตข้าวได้มากไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากเกิดจากการทำนาด้วยเทคโนโลยี การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงเหมาะสมกับสภาพของแต่ละพื้นที่กับสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหลายปีมานี้มีการคัดพันธุ์ข้าวออกมามากมาย สื่อของทางการ กล่าว

       สมาคมอาหารฯ กล่าวว่า ราคาส่งออกข้าวจะสูงขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นผลกระทบจากนโยบายราคาข้าวสูงของไทย แต่เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแขนงผลิตและส่งออกข้าวในเวียดนาม ที่สามารถจำหน่ายข้าวได้ในราคาต่ำกว่าข้าวไทย</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad-%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้ส่งออกจี้โต้ง ลดผลกระทบเปิดจำนำข้าว</title>
		<link>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 17 Aug 2011 11:07:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[กลไกการส่งออกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[การระบายข้าวในสต็อก]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดส่งออกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ส่งออกขนาดกลางและเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[พิษรับจำนำ]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อค้าข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ระบายข้าวโปร่งใส]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการรับจำนำข้าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ethaitrade.com/blog/?p=2580</guid>
		<description><![CDATA[พ่อค้าข้าวเตรียมเสนอ “กิตติรัตน์” ลดผลกระทบส่งออกข้าว พิษรับจำนำ แนะระบายข้าวโปร่งใส คาดปีหน้าไทยขายข้าวได้แค่ 8 ล้านตัน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้เตรียมข้อมูลเพื่อจะขอหารือกับ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เกี่ยวกับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวที่กำหนดจะดำเนินการในฤดูกาลผลิตที่กำลังออกสู่ตลาดในเดือน พ.ย.นี้ โดยประเด็นหารือกำหนด 2 กรอบใหญ่ๆ ได้แก่ การลดผลกระทบต่อการส่งออกข้าวจากราคาที่สูงขึ้น ซึ่งล่าสุดกระทรวงเกษตรสหรัฐ (ยูเอสดีเอ) ได้ออกมาคาดการณ์ว่าปี 2555 การส่งออกข้าวไทยจะลดลงจากเฉลี่ย 10 ล้านตันเหลือเพียง 8 ล้านตัน เพราะราคาข้าวที่สูงขึ้นจากโครงการรับจำนำ ทำให้ไทยแข่งขันไม่ได้ และทำให้ไทยมีโอกาสสูญเสียตลาดส่งออก ซึ่งต้องให้ภาครัฐคิดหาวิธีว่าจะแก้ปัญหาหรือลดผลกระทบต่อภาคการส่งออกอย่างไร ทั้งนี้ หากกลไกการส่งออกข้าวไม่ทำงานอย่างเต็มที่ ข้าวจะอยู่ในประเทศจำนวนมาก เป็นผลกดดันย้อนกลับมาที่ราคาภายในประเทศ ซึ่งการแบกสต็อกไว้มากๆ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ส่วนประเด็นหารืออีกเรื่องคือ การระบายข้าวในสต็อกที่จะได้มาจากการรับจำนำข้าวจากชาวนา สมาคมฯ เห็นว่าควรดำเนินการให้โปร่งใส สามารถแบ่งให้เอกชนทุกรายได้มีโอกาสแข่งขันภายใต้เงื่อนไขการระบายที่ทุกรายสามารถยอมรับได้ เพื่อให้ผู้ส่งออกขนาดกลางและเล็กอยู่ได้ ไม่ควรเป็นการระบายที่เอื้อแต่รายใหญ่เท่านั้น.]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre>พ่อค้าข้าวเตรียมเสนอ “กิตติรัตน์” ลดผลกระทบส่งออกข้าว พิษรับจำนำ แนะระบายข้าวโปร่งใส คาดปีหน้าไทยขายข้าวได้แค่ 8 ล้านตัน
 นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้เตรียมข้อมูลเพื่อจะขอหารือกับ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เกี่ยวกับผลกระทบจากโครงการรับจำนำข้าวที่กำหนดจะดำเนินการในฤดูกาลผลิตที่กำลังออกสู่ตลาดในเดือน พ.ย.นี้
 โดยประเด็นหารือกำหนด 2 กรอบใหญ่ๆ ได้แก่ การลดผลกระทบต่อการส่งออกข้าวจากราคาที่สูงขึ้น ซึ่งล่าสุดกระทรวงเกษตรสหรัฐ (ยูเอสดีเอ) ได้ออกมาคาดการณ์ว่าปี 2555 การส่งออกข้าวไทยจะลดลงจากเฉลี่ย 10 ล้านตันเหลือเพียง 8 ล้านตัน เพราะราคาข้าวที่สูงขึ้นจากโครงการรับจำนำ ทำให้ไทยแข่งขันไม่ได้ และทำให้ไทยมีโอกาสสูญเสียตลาดส่งออก ซึ่งต้องให้ภาครัฐคิดหาวิธีว่าจะแก้ปัญหาหรือลดผลกระทบต่อภาคการส่งออกอย่างไร ทั้งนี้ หากกลไกการส่งออกข้าวไม่ทำงานอย่างเต็มที่ ข้าวจะอยู่ในประเทศจำนวนมาก เป็นผลกดดันย้อนกลับมาที่ราคาภายในประเทศ ซึ่งการแบกสต็อกไว้มากๆ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน
 ส่วนประเด็นหารืออีกเรื่องคือ การระบายข้าวในสต็อกที่จะได้มาจากการรับจำนำข้าวจากชาวนา สมาคมฯ เห็นว่าควรดำเนินการให้โปร่งใส สามารถแบ่งให้เอกชนทุกรายได้มีโอกาสแข่งขันภายใต้เงื่อนไขการระบายที่ทุกรายสามารถยอมรับได้ เพื่อให้ผู้ส่งออกขนาดกลางและเล็กอยู่ได้ ไม่ควรเป็นการระบายที่เอื้อแต่รายใหญ่เท่านั้น.</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/17/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กองทุน FTA อนุมัติช่วยผู้ประกอบการเพิ่ม 4 กลุ่ม รองรับผลกระทบเปิดเสรี</title>
		<link>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/16/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-fta-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/16/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-fta-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Aug 2011 15:18:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Customs]]></category>
		<category><![CDATA[Export Guildlines]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุน FTA]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุน FTA อนุมัติช่วยผู้ประกอบการเพิ่ม 4 กลุ่ม รองรับผลกระทบเปิดเสรี]]></category>
		<category><![CDATA[การบริการขนส่ง]]></category>
		<category><![CDATA[การบริการท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[การบริการร้านอาหารไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[การสร้างตราสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวกล้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ชา]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาน้ำจืด]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาป่น]]></category>
		<category><![CDATA[ปลาสลิด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบเปิดเสรี]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคบริการ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[ยาแผนปัจจุบัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลิ้นจี่]]></category>
		<category><![CDATA[ศักยภาพในการส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[สับปะรด]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ส้ม]]></category>
		<category><![CDATA[หอมแดง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารโคนม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องหนัง]]></category>
		<category><![CDATA[โคนม]]></category>
		<category><![CDATA[โคเนื้อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ethaitrade.com/blog/?p=2575</guid>
		<description><![CDATA[นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า(กองทุน FTA) กระทรวงพาณิชย์ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติแนวทางการให้ความช่วยผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากการทำ FTA ของไทยกับประเทศต่างๆ เพื่อให้สามารถปรับตัวและอยู่ได้อย่างยั่งยืน โดยล่าสุดได้อนุมัติความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการ 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตลิ้นจี่คุณภาพป่าแฝก ในการพัฒนาคุณภาพการผลิตและการตลาดของสินค้าลิ้นจี่ ในระยะที่ 2 พร้อมจัดตั้ง "วิสาหกิจชุมชนเพื่อการค้า" เพื่อเป็นโครงการต้นแบบที่สามารถขยายผลไปสู่สินค้าอื่น ๆ ต่อไป 2.สหกรณ์ปลาสลิดและสัตว์น้ำฉะเชิงเทรา จำกัด เพื่อพัฒนาระบบอัจฉริยะต้นแบบการสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์สินค้าปลาสลิด การสร้างตราสินค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาสลิด เช่น ปลาสลิดสมุนไพรกรอบเพื่อสุขภาพ, ไส้กรอกปลาสลิด, ปลาสลิดแดดเดียว, ปลาสลิดหอม, หนังปลาสลิดปรุงรส และผงแคลเซียมจากปลาสลิด เป็นต้น ทั้งนี้นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในประเทศแล้ว ยังจะช่วยให้ปลาสลิดของไทยเข้าสู่ตลาดในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปได้ด้วย 3.ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์โคนมและแปรรูป 2010 และสมาคมผู้เลี้ยงโคนมไทย-โฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน เพื่อการวิจัยและพัฒนายุทธศาสตร์ด้านการตลาดนมโคสดแท้ 100% ในระยะที่ 2 การฝึกอบรมพัฒนาบุคคลากรของศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบและสหกรณ์ผู้ผลิตนมพร้อมดื่มด้านการบริหารจัดการและการตลาด และการจัดตั้งธุรกิจแฟรนไชส์ผลิตภัณฑ์นมแปรรูปสไมล์มิลค์ 4. กลุ่มวิสาหกิจเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง จังหวัดศรีสะเกษ ในการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาสายพันธุ์และการยกระดับการผลิตของเกษตรกร การประชาสัมพันธ์หอมแดงสายพันธุ์ใหม่ การพัฒนาการจัดการศูนย์รับซื้อหอมแดงและห้องเย็นโดยการนำระบบสารสนเทศและบัญชีมาใช้การแปรรูปผลิตภัณฑ์หอมแดงในรูปแบบต่าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre><a href="http://www.ethaitrade.com/blog/wp-content/uploads/2011/08/FTA-logo.gif"><img class="alignleft size-medium wp-image-2601" title="FTA-logo" src="http://www.ethaitrade.com/blog/wp-content/uploads/2011/08/FTA-logo-300x229.gif" alt="" width="300" height="229" /></a></pre>
<pre>นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารเงินช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า(กองทุน FTA) กระทรวงพาณิชย์ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติแนวทางการให้ความช่วยผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากการทำ FTA ของไทยกับประเทศต่างๆ เพื่อให้สามารถปรับตัวและอยู่ได้อย่างยั่งยืน

โดยล่าสุดได้อนุมัติความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการ 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตลิ้นจี่คุณภาพป่าแฝก  ในการพัฒนาคุณภาพการผลิตและการตลาดของสินค้าลิ้นจี่ ในระยะที่ 2 พร้อมจัดตั้ง "วิสาหกิจชุมชนเพื่อการค้า" เพื่อเป็นโครงการต้นแบบที่สามารถขยายผลไปสู่สินค้าอื่น ๆ ต่อไป

2.สหกรณ์ปลาสลิดและสัตว์น้ำฉะเชิงเทรา จำกัด เพื่อพัฒนาระบบอัจฉริยะต้นแบบการสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์สินค้าปลาสลิด  การสร้างตราสินค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาสลิด เช่น ปลาสลิดสมุนไพรกรอบเพื่อสุขภาพ, ไส้กรอกปลาสลิด, ปลาสลิดแดดเดียว, ปลาสลิดหอม, หนังปลาสลิดปรุงรส และผงแคลเซียมจากปลาสลิด เป็นต้น ทั้งนี้นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคในประเทศแล้ว ยังจะช่วยให้ปลาสลิดของไทยเข้าสู่ตลาดในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปได้ด้วย

3.ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์โคนมและแปรรูป 2010 และสมาคมผู้เลี้ยงโคนมไทย-โฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน  เพื่อการวิจัยและพัฒนายุทธศาสตร์ด้านการตลาดนมโคสดแท้ 100% ในระยะที่ 2 การฝึกอบรมพัฒนาบุคคลากรของศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบและสหกรณ์ผู้ผลิตนมพร้อมดื่มด้านการบริหารจัดการและการตลาด และการจัดตั้งธุรกิจแฟรนไชส์ผลิตภัณฑ์นมแปรรูปสไมล์มิลค์

4. กลุ่มวิสาหกิจเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง จังหวัดศรีสะเกษ ในการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาสายพันธุ์และการยกระดับการผลิตของเกษตรกร การประชาสัมพันธ์หอมแดงสายพันธุ์ใหม่ การพัฒนาการจัดการศูนย์รับซื้อหอมแดงและห้องเย็นโดยการนำระบบสารสนเทศและบัญชีมาใช้การแปรรูปผลิตภัณฑ์หอมแดงในรูปแบบต่าง ๆ

"กลุ่มผู้ผลิตหรือกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ FTA หรือต้องการเพิ่มศักยภาพในการส่งออกโดยใช้สิทธิประโยชน์ที่เกิดจากการค้าเสรี สามารถเสนอโครงการเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากกองทุน FTA กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1385" นายยรรยง กล่าว

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 50 จนถึงปัจจุบันกองทุน FTA กระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความช่วยเหลือผู้ผลิตและผู้ประกอบการแล้ว 31 โครงการ รวมวงเงิน 269 ล้านบาท และมีสินค้าที่ได้รับความช่วยเหลือแล้ว เช่น สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม และสินค้าบริการ ได้แก่ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องหนัง, โคเนื้อ, โคนม, อาหารโคนม, ปลาน้ำจืด, ปลาสลิด, ปลาป่น, ข้าว, ข้าวกล้อง, ชา, หอมแดง, ส้ม, ลิ้นจี่, สับปะรด, ยาสมุนไพร, ยาแผนปัจจุบัน, การบริการท่องเที่ยว, การบริการร้านอาหารไทย และการบริการขนส่ง

--อินโฟเควสท์ โดย พณฦ/กษมาพร/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/16/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-fta-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ส่งออกเตรียมยกระดับสิ่งทอไทยเจาะเมืองปลาดิบ</title>
		<link>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/16/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/16/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Aug 2011 15:15:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Export Guildlines]]></category>
		<category><![CDATA[JAIC]]></category>
		<category><![CDATA[JTEPA]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[กรอบความร่วมมือสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มภายใต้ JTEPA]]></category>
		<category><![CDATA[ขึ้นค่าแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าแรงขั้นต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเสื้อผ้าในญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ยกระดับสิ่งทอไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐบาล]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกเตรียมยกระดับสิ่งทอไทยเจาะเมืองปลาดิบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ethaitrade.com/blog/?p=2574</guid>
		<description><![CDATA[ส่งออกเตรียมยกระดับสิ่งทอไทยเจาะเมืองปลาดิบ พร้อมเน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าไทยรองรับค่าแรง 300 บาท จากการที่รัฐบาลมีนโยบายจะประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300บาท นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เผยว่า มีความเป็นไปได้ โดยทุกภาคส่วนจะต้องให้ความร่วมมือกันทำเป็นขั้นตอนและอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของภาครัฐต้องมีการปรับระบบการทำงานบางส่วนที่ไม่จำเป็น หรือลดการใช้ทรัพยากรให้น้อยลงเพื่อลดต้นทุน และมีการออกมาตราการสนับสนุนภาคเอกชนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่นการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงเพื่อนำเข้าเครื่องจักรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ฯลฯ ซึ่งมั่นใจว่าภาคเอกชนจะเห็นด้วย และสมัครใจจ่ายค่าแรงในอัตราที่สูงกว่าที่กำหนด เพื่อให้การผลิตดีขึ้น แต่ทางภาครัฐจะต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการเอกชนถึงผลดีระยะยาว “อยากเห็นประเทศไทยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนมานานแล้ว และทางกรมส่งเสริมการส่งออกร่วมกับภาคเอกชนได้พยายามเตรียมรับมือกับการขึ้นค่าแรงดังกล่าว เพราะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว โดยปรกติกรมฯได้ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ และการตำเนินการต่างๆเรามีการประชุมหารือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ซึ่งกรมฯมั่นใจว่าภาคเอกชนจะเห็นด้วยเพราะเป็นผลดีกับทุกภาคส่วนในระยะยาว แต่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ โดยนโยบายหลักของกรมฯจะเน้นเจาะตลาดใหม่เชิงรุกมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของตนเอง เช่น การออกแบบสินค้าให้มีความน่าสนใจ ให้ตรงกับความต้องการของตลาดสากล ซึ่งทางกรมฯ ได้มีการจัดสัมมนาเกี่ยวกับการสร้างตราสินค้า การออกแบบ และการเพิ่มมูลค่า อย่างต่อเนื่อง” นางนันทวัลย์กล่าว โดยเมื่อช่วงเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว จัดสัมมนา “Strenght of Thai Textile Industry and Latest Information on WF with background [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre>ส่งออกเตรียมยกระดับสิ่งทอไทยเจาะเมืองปลาดิบ พร้อมเน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าไทยรองรับค่าแรง 300 บาท

จากการที่รัฐบาลมีนโยบายจะประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300บาท นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เผยว่า มีความเป็นไปได้ โดยทุกภาคส่วนจะต้องให้ความร่วมมือกันทำเป็นขั้นตอนและอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของภาครัฐต้องมีการปรับระบบการทำงานบางส่วนที่ไม่จำเป็น หรือลดการใช้ทรัพยากรให้น้อยลงเพื่อลดต้นทุน และมีการออกมาตราการสนับสนุนภาคเอกชนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่นการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงเพื่อนำเข้าเครื่องจักรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ฯลฯ ซึ่งมั่นใจว่าภาคเอกชนจะเห็นด้วย และสมัครใจจ่ายค่าแรงในอัตราที่สูงกว่าที่กำหนด เพื่อให้การผลิตดีขึ้น แต่ทางภาครัฐจะต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการเอกชนถึงผลดีระยะยาว

“อยากเห็นประเทศไทยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนมานานแล้ว และทางกรมส่งเสริมการส่งออกร่วมกับภาคเอกชนได้พยายามเตรียมรับมือกับการขึ้นค่าแรงดังกล่าว เพราะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว โดยปรกติกรมฯได้ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ และการตำเนินการต่างๆเรามีการประชุมหารือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด ซึ่งกรมฯมั่นใจว่าภาคเอกชนจะเห็นด้วยเพราะเป็นผลดีกับทุกภาคส่วนในระยะยาว แต่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ โดยนโยบายหลักของกรมฯจะเน้นเจาะตลาดใหม่เชิงรุกมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของตนเอง เช่น การออกแบบสินค้าให้มีความน่าสนใจ ให้ตรงกับความต้องการของตลาดสากล ซึ่งทางกรมฯ ได้มีการจัดสัมมนาเกี่ยวกับการสร้างตราสินค้า การออกแบบ และการเพิ่มมูลค่า อย่างต่อเนื่อง” นางนันทวัลย์กล่าว

โดยเมื่อช่วงเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว จัดสัมมนา “Strenght of Thai Textile Industry and Latest Information on WF with background of China + 1 Policy” เพื่อสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพสิ่งทอไทย โดยมีผู้นำเข้า ผู้ประกอบการในธุรกิจสิ่งทอ เสื้อผ้า เข้าร่วมฟังเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งงานนี้กรมฯ ได้เชิญวิทยากรทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นมาร่วมถ่ายทอประสบการณ์และสรุปข้อมูลการนำเข้าสิ่งทอของญี่ปุ่น

“หลังจากเสร็จสิ้นการสัมมนา ทางกรมฯ ได้จัดหารือระหว่างสมาพันธ์อุตหสากรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการส่งออก รวมทั้งสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศกับผู้แทน JAIC (Japan Textile Inporters Association) เพื่อร่วมมือกันเร่งใช้ประโยชน์จากกรอบ JTEPA Textile Industrial Cooperation Working Committee โดย JAIC จะรวบรวมรลายละเอียดความต้องการของผู้ซื้อชาวญี่ปุ่น เช่น ภาพตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างผ้า ปริมาณการสั่งซื้อต่อครั้ง และราคาเป้าหมาย เป็นต้น โดยจะแจ้งผ่านทางกรมส่งเสริมการส่งออกเพื่อส่งข้อมูลให้ผู้ประกอบการไทยทราบ” นางนันทวัลย์ กล่าวเพิ่มเติม

อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีคณะผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นในโครงการ JTC (Japan-Thailand Textile &amp; Apparel Collaboration Project) ซึ่งเป็นโครงการในกรอบความร่วมมือสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มภายใต้ JTEPA ได้เข้าเยี่ยมคารวะอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออกในโอกาสที่คณะผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยตามโครงการ JTC 3 ซึ่งเป็นโครงการความช่วยเหลือของญี่ปุ่นในการพัฒนาสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ 3 หลังจากที่ได้เริ่มโครงการ JTC มาตั้งแต่ปี 2009 และมีการแสดงผลงานการพัฒนาผ้าผืนและเครื่องนุ่งห่มภายใต้โครงการ JTC ในงาน BIFF &amp; BIL ในปี 2010 และ 2011 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานโดยเฉพาะจากญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก โดยโครงการ JTC 3 นี้ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นจะเดินทางเข้ามาทำ workshop ให้กับผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการ 4 ครั้ง ขณะนี้มีโรงงานผู้ผลิตของไทยที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 5 ราย โดยจะมีการนำผลงานที่ได้จากที่ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นเข้ามาพัฒนาผ้าผืนให้ผู้ผลิตของไทยไปจัดแสดงในงาน BIFF &amp; BILในครั้งต่อไปคือ 22 — 26 กุมภาพันธ์ 2012

แม้ว่าการสั่งซื้อของผู้นำเข้าญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีปริมาณไม่มากเท่าสหรัฐฯ และยุโรป เนื่องจากตลาดญี่ปุ่นต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ การตัดเย็บประณีตในทุกขั้นตอน ซึ่งผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทยจำเป็นต้องมีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า พร้อมทั้งออกแบบให้มีความยืดหยุ่นปรับตัวตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งนับเป็นโอกาสดีที่จะขยายตลาดเชิงรุกเข้าสู่ญี่ปุ่นต่อไป

ด้านนางอัมพวัน พิชาลัย อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า จากกรณีที่รัฐบาลญี่ปุนได้ริเริ่มนโยบาย Cool Biz ลดโลกร้อน เพื่อกระตุนให้ข้าราชการและภาคธุรกิจถอดสูท และสวมใส?เสื้อเชิ๊ตไม่ต้องผูกเนคไทมาทำงาน เพื่อลดการใช้แอร?และประหยัดพลังงาน ชาวญี่ปุ่น จึงมีแนวโน้มแต่งกายแบบสบายๆ และค่อยๆ ลดความเป็นทางการลงเรื่อยๆ ในช่วงฤดูร้อนนี้จึงเป็นโอกาสที่ ห้างสรรพสินค้า และร้านจำหน่ายเสื้อผ้าแข่งขันกันนำเสนอแฟชั่น และจุดขายใหม?ๆ เพื่อสร้างกระแสและความต้องการซื้อ

ทั้งนี้ตลาดเสื้อผ้าในญี่ปุ่นแม้ว่าจะขยายตัวในอัตราปานกลาง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและผู้ซื้อประหยัดการใช้จ่าย แต่ก็เป็นตลาดที่มีพลัง เพราะกลุ่มผู้ค้าแข่งขันกันรุนแรง ทั้งด้วยการนำเสนอสไตล?ใหม?และการแข่งขันราคา สิ่งที่ทำให?ขยายตลาดได?ในทุกยุคสมัย คือ ความรวดเร็วในการนำเสนอสไตล์ใหม?ที่สอดคลงองกับกระแสสังคม เช่น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดคาร์บอนไดออกไซด?การประหยัดพลังงาน และการใช?วัตถุดิบที่เพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้ใช?

ที่มา: http://www.depthai.go.th</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/16/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข่าวการผลิต การตลาด ผลิตผลการเกษตร: ยางพารา</title>
		<link>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/16/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%-2/</link>
		<comments>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/16/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Aug 2011 15:12:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Export Guildlines]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด ยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[กิจการแปรรูปยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[กิจการแปรรูปยางพาราการส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการผลิต การตลาด ผลิตผลการเกษตร: สับปะรด]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตผลการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการธุรกิจแปรรูปยางพารา]]></category>
		<category><![CDATA[ยางแผ่นรมควันชั้น 1]]></category>
		<category><![CDATA[ยางแผ่นรมควันชั้น 3]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาซื้อขายล่วงหน้าตลาดสิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐฯ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมยางอินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[สรุปภาวการณ์ผลิตการตลาดและราคาในตลาดต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออกยางของอินโดนีเซีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.ethaitrade.com/blog/?p=2569</guid>
		<description><![CDATA[ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ 3 ตลาดหาดใหญ่ สัปดาห์นี้ 125.84 บาท/กิโลกรัม 1. สรุปภาวการณ์ผลิตการตลาดและราคาภายในประเทศ ผู้ประกอบการธุรกิจแปรรูปยางพาราใน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้เพื่อกิจการแปรรูปยางพาราการส่งออกซบเซามาก ทั้งที่การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางนั้นขณะนี้เป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะตลาดในยุโรปและอเมริกา ซึ่งในบางครั้งมีความจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศมาเลเซีย ลาว และจีน เนื่องจากชาวสวนยางไม่ต้องการขายต้นยางเพราะสามารถทำรายได้จากการกรีดยางยกเว้นแต่ต้นยางนั้นกรีดยางไม่ได้น้ำยางจริง ๆ นอกจากนี้ บางครั้งคุณภาพไม้ยางลดลงเนื่องจากเกษตรกรตัดไม้ยางพาราที่ถูกน้ำท่วมซึ่งคุณภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับไม้ยางพาราสำหรับการแปรรูปโดยเฉพาะ ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ 1. ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 1 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 125.34 บาท ลดลงจาก 129.90 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 4.56 บาท หรือร้อยละ 3.51 2. ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 2 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 124.84 บาท ลดลงจาก 129.40 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 4.56 บาท หรือร้อยละ 3.52 3. ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 3 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 124.34 บาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<pre>ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ 3 ตลาดหาดใหญ่ สัปดาห์นี้  125.84  บาท/กิโลกรัม
1.   สรุปภาวการณ์ผลิตการตลาดและราคาภายในประเทศ
ผู้ประกอบการธุรกิจแปรรูปยางพาราใน จ.สุราษฎร์ธานี  เปิดเผยว่า  ปัจจุบันนี้เพื่อกิจการแปรรูปยางพาราการส่งออกซบเซามาก  ทั้งที่การส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางนั้นขณะนี้เป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะตลาดในยุโรปและอเมริกา    ซึ่งในบางครั้งมีความจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศมาเลเซีย  ลาว และจีน      เนื่องจากชาวสวนยางไม่ต้องการขายต้นยางเพราะสามารถทำรายได้จากการกรีดยางยกเว้นแต่ต้นยางนั้นกรีดยางไม่ได้น้ำยางจริง ๆ  นอกจากนี้  บางครั้งคุณภาพไม้ยางลดลงเนื่องจากเกษตรกรตัดไม้ยางพาราที่ถูกน้ำท่วมซึ่งคุณภาพไม่ดีเมื่อเทียบกับไม้ยางพาราสำหรับการแปรรูปโดยเฉพาะ</pre>
<pre>
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
1.   ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 1 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 125.34  บาท  ลดลงจาก 129.90 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 4.56 บาท หรือร้อยละ 3.51

2.   ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 2 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 124.84  บาท  ลดลงจาก 129.40 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 4.56 บาท หรือร้อยละ 3.52

3.   ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 3 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 124.34  บาท  ลดลงจาก 128.90 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 4.56 บาท หรือร้อยละ 3.54

4.   ยางก้อนคละ  ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ  68.23  บาท  ลดลงจาก  66.65  บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 1.95 บาท หรือร้อยละ 3.01

5.   เศษยางคละ  ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ  61.82  บาท  ลดลงจาก  59.54  บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 2.28 บาท หรือร้อยละ 3.83

6.   น้ำยางสดคละ ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 124.08  บาท  ลดลงจาก  121.89 บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 2.19 บาท หรือร้อยละ 1.80

ในสัปดาห์นี้ไม่มีรายงานราคายางแผ่นดิบคุณภาพที่ 4 ,   ยางแผ่นดิบคุณภาพที่ 5 และ ยางแผ่นดิบคละ

ราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี.  ซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบเดือนกันยายน  2554
ณ   ท่าเรือกรุงเทพ
1.  ยางแผ่นรมควันชั้น  1  ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ  141.95 บาท ลดลงจาก 146.83 บาท ของสัปดาห์ ที่แล้วกิโลกรัมละ 4.88 บาท หรือร้อยละ 3.32

2.  ยางแผ่นรมควันชั้น  3  ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ  140.80 บาท ลดลงจาก 145.68 บาท ของสัปดาห์ ที่แล้วกิโลกรัมละ 4.88 บาท หรือร้อยละ 3.35

3.  น้ำยางข้น  ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ  90.48 บาท  ลดลงจาก  94.09   บาท  ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 3.61 บาท หรือร้อยละ 3.84

ณ   ท่าเรือสงขลา
1.  ยางแผ่นรมควันชั้น 1 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 141.70 บาท ลดลงจาก 146.58 บาท ของสัปดาห์ ที่แล้วกิโลกรัมละ 4.88 บาท หรือร้อยละ 3.33

2.  ยางแผ่นรมควันชั้น 3   ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 140.55 บาท ลดลงจาก  145.43  บาท ของสัปดาห์ ที่แล้วกิโลกรัมละ 4.88 บาท หรือร้อยละ3.36

3.   น้ำยางข้น  ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 90.23 บาท ลดลงจาก  93.84  บาท ของสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 3.61 หรือร้อยละ 3.85

2.  สรุปภาวการณ์ผลิตการตลาดและราคาในตลาดต่างประเทศ
วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐฯ กระทบส่งออกยางของอินโดนีเซีย
Suharto Honggokusumo ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของสมาคมยางอินโดนีเซีย (Indonesian Rubber Association : Gapkinko) เปิดเผยว่า  วิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในขณะนี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกยางของอินโดนีเซียเนื่องจากตลาดหลักในการส่งออกยางของอินโดนีเซีย คือ ประเทศสหรัฐอเมริกาและจีน      โดยในปี 2553 ที่ผ่านมาอินโดนีเซียได้ส่งออกยางพาราทั้งหมดปริมาณ  2.35  ล้านตัน   ซึ่งส่งออกไปสหรัฐฯ ปริมาณ 546,500 ตัน หรือ ร้อยละ 23.2 ของปริมาณการส่งออกยางทั้งหมด   โดยในขณะนี้มีการติดตามเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเนื่องจากเกรงว่าหากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่สามารถที่จะฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น   ผู้ส่งออกยางพาราของอินโดนีเซียจำเป็นที่จะต้องมองหาตลาดใหม่เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งตลาดหลักเพียงสองตลาดเท่านั้น

ราคาต่างประเทศซื้อขายล่วงหน้าส่งมอบเดือนกันยายน  2554
ยางแผ่นรมควันชั้น 3
ราคาซื้อขายล่วงหน้าตลาดสิงคโปร์เฉลี่ยกิโลกรัมละ 465.33 เซนต์สหรัฐ  (137.87 บาท) ลดลงจาก  484.10 เซนต์สหรัฐ (144.15 บาท) ในสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 18.77 เซนต์สหรัฐหรือร้อยละ 3.88

ราคาซื้อขายล่วงหน้าตลาดโตเกียว เฉลี่ยกิโลกรัมละ 364.70 เยน ( 138.83 บาท)  ลดลงจาก  381.95 เยน (146.10  บาท) ในสัปดาห์ที่แล้วกิโลกรัมละ 17.25 เยน หรือร้อยละ 4.52

--ข่าวการผลิต การตลาด ผลิตผลการเกษตร  ประจำวันที่ 8 — 14 สิงหาคม 2554--</pre>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.ethaitrade.com/blog/2011/08/16/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94-%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

